
เช่ารถพร้อมคนขับ ฮ่องกง ราคาเท่าไหร่ และ 6 ช่วงที่คุ้มกว่านั่ง MTR
เช่ารถพร้อมคนขับที่ฮ่องกงคุ้มเมื่อคุณมีของ คน หรือเวลา ที่รถไฟฟ้าจัดการให้ไม่ได้ ได้แก่ กระเป๋าใบใหญ่หลายใบ ผู้สูงอายุหรือเด็กเล็ก จุดหมายที่อยู่นอกแนวราง และเวลานัดที่พลาดไม่ได้ ส่วนการเดินทางจุดต่อจุดในเมืองที่ทั้งต้นทางและปลายทางติดสถานี MTR แทบจะชนะเสมอ เพราะค่าโดยสารช่วงในเมืองอยู่ที่ราว 6–13 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อเที่ยว ขณะที่รถเหมาคิดเป็นบล็อกชั่วโมงหลักพันบาทขึ้นไป
เช่ารถพร้อมคนขับที่ฮ่องกงคุ้มเมื่อคุณมีของ คน หรือเวลา ที่รถไฟฟ้าจัดการให้ไม่ได้ ได้แก่ กระเป๋าใบใหญ่หลายใบ ผู้สูงอายุหรือเด็กเล็ก จุดหมายที่อยู่นอกแนวราง และเวลานัดที่พลาดไม่ได้ ส่วนการเดินทางจุดต่อจุดในเมืองที่ทั้งต้นทางและปลายทางติดสถานี MTR แทบจะชนะเสมอ เพราะค่าโดยสารช่วงในเมืองอยู่ที่ราว 6–13 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อเที่ยว ขณะที่รถเหมาคิดเป็นบล็อกชั่วโมงหลักพันบาทขึ้นไป หน้านี้เทียบให้เห็นเป็นตัวเลขจากตารางค่าโดยสารทางการ แล้วสรุปเป็น 6 ช่วงที่ควรจ่ายค่ารถ
เช่ารถพร้อมคนขับที่ฮ่องกงราคาเท่าไหร่กันแน่?
คำตอบสั้นคือไม่มีราคากลาง ฮ่องกงกำหนดตารางค่าโดยสารตามกฎหมายไว้เฉพาะแท็กซี่ ส่วนรถพร้อมคนขับเป็นราคาที่ผู้ให้บริการแต่ละรายตั้งเอง จึงต่างกันได้หลายเท่าบนหน้าจอเดียวกัน จากการสำรวจหน้าจองสาธารณะที่ขึ้นหน้าแรกของกูเกิลเมื่อ 27 สิงหาคม 2026 ราคาที่ประกาศไว้อยู่ราว 6,000–20,000 บาทต่อคันต่อรอบ 5–10 ชั่วโมง สำหรับรถนั่ง 6–7 ที่ ตัวเลขนี้เป็นภาพตลาด ณ วันที่สำรวจ ไม่ใช่ราคาที่ล็อกไว้ และเปลี่ยนตามฤดูกาลกับรุ่นรถ
สิ่งที่ทำให้ราคาสองใบต่างกันมักไม่ใช่ตัวรถ แต่เป็นสิ่งที่นับรวมเข้าไป เช่น จำนวนชั่วโมงขั้นต่ำ เวลาที่เริ่มนับ ค่าล่วงเวลา ค่าผ่านอุโมงค์ ค่าจอด ระยะที่รถวิ่งเปล่าก่อนรับและหลังส่ง และเงื่อนไขเมื่อเที่ยวบินล่าช้า สองเจ้าที่เสนอ 8 ชั่วโมงเท่ากันจึงอาจไม่ได้ขายของชิ้นเดียวกัน
| สิ่งที่ต้องถาม | ทำไมถึงเปลี่ยนราคาจริง |
|---|---|
| ชั่วโมงขั้นต่ำ และเริ่มนับเมื่อไร | บางเจ้านับตั้งแต่รถออกจากอู่ ไม่ใช่ตอนถึงจุดรับ |
| ค่าล่วงเวลาต่อชั่วโมง | วันที่มีงานเลี้ยงหรือรอเที่ยวบินมักเกินเวลาเสมอ |
| ค่าผ่านอุโมงค์และค่าจอด | ข้ามฝั่งอ่าววิกตอเรียมีค่าผ่านทางทุกเที่ยว |
| พื้นที่กระเป๋าจริง | ที่นั่ง 7 ที่ไม่ได้แปลว่าใส่กระเป๋าใหญ่ได้ 7 ใบ |
| เงื่อนไขรอเที่ยวบินล่าช้า | ตัวชี้ว่าผู้ให้บริการเคยรับงานสนามบินจริงหรือไม่ |
| รถทดแทนเมื่อรถเสีย | คนขับรายเดี่ยวมักไม่มีรถสำรอง |
6 ช่วงที่รถพร้อมคนขับคุ้มกว่านั่ง MTR
รถไม่ได้คุ้มทั้งวันหรือไม่คุ้มทั้งวัน ให้มองเป็นช่วง แล้วจ่ายค่ารถเฉพาะช่วงที่รถแก้ปัญหาซึ่งรถไฟฟ้าแก้ให้ไม่ได้

1. สนามบิน–โรงแรม ตอนมีกระเป๋าใบใหญ่
ช่วงนี้เป็นช่วงที่รถชนะชัดที่สุด เพราะกระเป๋าคือสิ่งที่ระบบรางคิดค่าใช้จ่ายเป็นแรงคนแทนเงิน คณะสี่คนที่มีกระเป๋าใหญ่สี่ใบต้องลากผ่านชานชาลา ทางเชื่อม และบันไดเลื่อน ก่อนถึงล็อบบี้โรงแรมอยู่ดี ถ้าเดินทางกันหลายเที่ยวบินในวันเดียว ให้ดูวิธีจัดคิวรถตามการจัดทีมหลายไฟลท์และกระเป๋าที่สนามบินฮ่องกงก่อนสั่งรถ
2. วันที่ไปเกาะลันเตาแบบไม่อยู่บนแนวราง
ตงชงกับดิสนีย์แลนด์มีรถไฟฟ้าเข้าถึง แต่จุดหมายอื่นบนเกาะลันเตาอยู่นอกแนวราง และต้องต่อรถโดยสารบนถนนภูเขาที่คดเคี้ยว ถ้าโปรแกรมรวมหมู่บ้านประมงไท่โอหรือแวะหลายจุดในวันเดียว รถคันเดียวมักถูกกว่าค่าเสียเวลาต่อรถสามทอด
3. วันที่ไปไซกุง
ไซกุงไม่มีสถานีรถไฟฟ้าของตัวเอง ต้องลงสถานีแล้วต่อรถโดยสารหรือมินิบัสเข้าไปอีกช่วง ถ้ามีเวลานัดกับร้านอาหาร เรือ หรือกิจกรรมทางน้ำ การฝากเวลาไว้กับการต่อรถสองทอดคือความเสี่ยงที่จ่ายแพงกว่าค่ารถ
4. เส้นทางไหว้พระหลายวัดในวันเดียว
วัดดังของฮ่องกงกระจายกันคนละทิศ และหลายแห่งอยู่ห่างจากทางออกสถานีพอสมควร รถที่รอให้ตามลำดับจึงลดเวลาเดินและเวลารอรวมได้มาก ถ้ายังไม่ได้เรียงลำดับวัด ให้ดูเส้นทางสายมูฮ่องกง 4 วัดในหนึ่งวันก่อน แล้วค่อยบอกจำนวนชั่วโมงกับผู้ให้บริการ
5. เดินทางกับผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หรือคนที่เดินไม่ไหว
สถานีในฮ่องกงมีลิฟต์ แต่เส้นทางลิฟต์ไม่ได้สั้นเท่าเส้นทางบันไดเลื่อน และบางทางออกอยู่คนละฝั่งถนนกับปลายทาง ถ้าในคณะมีคนที่หยุดพักบ่อย รถช่วยตัดจุดเปลี่ยนถ่ายออกไปได้ทั้งหมด ควรแจ้งผู้ให้บริการล่วงหน้าว่ามีผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือกี่คน เพื่อให้จัดรถที่ขึ้นลงง่าย
6. ข้ามแดนไปมาเก๊าหรือเซินเจิ้น
เส้นทางข้ามแดนใช้รถที่ได้รับอนุญาตเป็นการเฉพาะ ไม่ใช่รถทั่วไปที่วิ่งในฮ่องกงได้ทุกคัน และมีขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองสองรอบที่กินเวลาเกินกว่าที่แผนที่บอก ถ้าจะพากลุ่มข้ามฝั่ง ให้อ่านกติกาการข้ามแดนมาเก๊าสำหรับกรุ๊ปควบคู่กับหัวข้อป้ายอนุญาตด้านล่าง
ตัวเลขจริง เทียบค่าแท็กซี่ ค่า MTR และรถเหมา
ฮ่องกงมีตารางค่าโดยสารแท็กซี่ที่กรมการขนส่งประกาศตามกฎหมาย ฉบับที่ใช้อยู่มีผลตั้งแต่ 14 กรกฎาคม 2024 และแบ่งตามสีรถซึ่งวิ่งคนละเขต จุดที่นักท่องเที่ยวไทยพลาดบ่อยคือคิดว่าแท็กซี่ทุกคันราคาเดียวกัน
| สีรถ | เขตที่วิ่ง | 2 กิโลเมตรแรก | ทุก 200 เมตรถัดไป (หรือทุก 1 นาทีที่รอ) |
|---|---|---|---|
| แดง | เขตเมือง เกาะฮ่องกงและเกาลูน | 29 ดอลลาร์ฮ่องกง | 2.1 ดอลลาร์ฮ่องกง จนมิเตอร์ถึง 102.5 จากนั้นลดเหลือ 1.4 |
| เขียว | นิวเทอริทอรีส์ | 25.5 ดอลลาร์ฮ่องกง | 1.9 ดอลลาร์ฮ่องกง จนมิเตอร์ถึง 82.5 จากนั้นลดเหลือ 1.4 |
| ฟ้า | เกาะลันเตา | 24 ดอลลาร์ฮ่องกง | 1.9 ดอลลาร์ฮ่องกง จนมิเตอร์ถึง 195 จากนั้นลดเหลือ 1.6 |
ค่าใช้จ่ายที่บวกเพิ่มจากมิเตอร์และมักทำให้บิลเกินที่คิดไว้ ได้แก่ กระเป๋าที่เก็บในห้องเก็บสัมภาระใบละ 6 ดอลลาร์ฮ่องกง (รวมถึงชิ้นที่ยาวบวกกว้างบวกสูงเกิน 140 เซนติเมตรที่ถือขึ้นห้องโดยสาร) การเรียกรถผ่านโทรศัพท์อีก 5 ดอลลาร์ฮ่องกง และค่าผ่านอุโมงค์ อุโมงค์ข้ามอ่าวทั้งสามแห่งคิดค่าผ่านทางบวกค่าผ่านทางเที่ยวกลับอีก 25 ดอลลาร์ฮ่องกง ซึ่งผู้โดยสารไม่ต้องจ่ายเที่ยวกลับถ้าเรียกจากคิวแท็กซี่ข้ามอ่าวหรือปลายทางไม่ได้อยู่ฝั่งตรงข้าม รถเข็นและไม้ค้ำของผู้พิการไม่คิดเงิน ตัวเลขทั้งหมดนี้ตรวจจากตารางค่าโดยสารแท็กซี่ของกรมการขนส่งฮ่องกง เมื่อ 27 สิงหาคม 2026
ฝั่งรถไฟฟ้า ค่าโดยสารในเมืองต่ำกว่าที่หลายคนคิด ข้อมูลเปิดของ MTR ที่อ่านเมื่อ 27 สิงหาคม 2026 ระบุค่าโดยสารผู้ใหญ่แบบใช้บัตรอ็อกโทปุส จิมซาจุ่ยถึงเซ็นทรัล 10.6 ดอลลาร์ฮ่องกง (ตั๋วเที่ยวเดียว 12.5) เซ็นทรัลถึงคอสเวย์เบย์ 5.9 (ตั๋วเที่ยวเดียว 6.0) และเซ็นทรัลถึงตงชง 24.3 (ตั๋วเที่ยวเดียว 28.0) ดูค่าโดยสารทุกคู่สถานีได้จากไฟล์ข้อมูลเปิดค่าโดยสารของ MTR และวางเส้นทางจริงด้วยMTR Mobile Trip Planner ถ้ายังไม่มีบัตร ให้ดูวิธีซื้อและคืนในคู่มือจัดการบัตรอ็อกโทปุสสำหรับกรุ๊ป
วิธีเทียบที่ให้คำตอบเร็วที่สุดคือคิดทีละช่วง ไม่คิดทั้งวัน สมมติคณะหกคนย้ายจากจิมซาจุ่ยไปเซ็นทรัลโดยไม่มีกระเป๋า ค่ารถไฟฟ้ารวมทั้งคณะราว 64 ดอลลาร์ฮ่องกง ส่วนแท็กซี่ต้องใช้สองคันและบวกค่าผ่านอุโมงค์ข้ามอ่าวอีกต่อหนึ่ง จึงแพงกว่าเห็นได้ชัด และรถเหมาที่คิดเป็นบล็อกชั่วโมงยิ่งไม่คุ้มถ้าใช้แค่ช่วงเดียว กลับกัน ถ้าคณะเดียวกันมีกระเป๋าใหญ่หกใบและต้องถึงพร้อมกันตรงเวลา สมการก็พลิกทันที ถ้าอยากได้แผนที่ใช้รางเป็นแกนตั้งแต่ต้น ให้ดูแนวทางออกแบบทริปฮ่องกงโดยใช้ MTR เป็นแกน
รถที่จองถูกกฎหมายหรือเปล่า ดูอย่างไร?
นี่คือข้อที่หน้าจองส่วนใหญ่ไม่พูดถึง ตามมาตรา 52(3) ของ Road Traffic Ordinance (Cap. 374) รถยนต์ส่วนบุคคลจะรับผู้โดยสารเพื่อสินจ้างได้ก็ต่อเมื่อมีใบอนุญาตรับจ้าง หรือ hire car permit ที่ยังไม่หมดอายุ กรมการขนส่งเตือนตรงตัวว่าการใช้บริการรถรับจ้างที่ไม่ถูกกฎหมายทำให้ผู้โดยสารเสี่ยง เพราะประกันภัยบุคคลที่สามของรถอาจใช้ไม่ได้เมื่อเกิดอุบัติเหตุ
กรมการขนส่งให้ผู้โดยสารตรวจเองได้สามข้อก่อนขึ้นรถ
- ดูว่ามีป้ายใบอนุญาตติดอยู่ที่มุมซ้ายของกระจกหน้ารถ
- กรอกทะเบียนรถในระบบตรวจสอบใบอนุญาตรถรับจ้างออนไลน์ของรัฐบาลฮ่องกง เพื่อยืนยันว่าใบอนุญาตยังใช้ได้จริง
- ถ้าเป็นรถข้ามแดน ให้ดูป้ายคำว่า Cross Boundary Hire Car พร้อมหมายเลขประจำรถ ซึ่งต้องติดทั้งกระจกหน้าและท้ายรถ
ใบอนุญาตมีสามประเภทตามลูกค้าที่รถคันนั้นรับได้ ประเภทโรงแรมสำหรับรับแขกของโรงแรมที่ระบุไว้ ประเภทบริษัทนำเที่ยวสำหรับรับลูกค้าของบริษัทนำเที่ยวที่ระบุไว้ และประเภทส่วนบุคคลสำหรับลูกค้าของบริษัทคู่สัญญาหรือผู้ที่ต้องการบริการระดับพรีเมียมทั้งในฮ่องกงและข้ามแดน จุดที่ควรจำคือใบอนุญาตออกให้เจ้าของรถและโอนกันไม่ได้ รายละเอียดทั้งหมดอยู่ในหน้าHire Car Permit ของกรมการขนส่งฮ่องกง ส่วนวิธีดูป้ายรถข้ามแดนอยู่ในหน้าแนะนำการสังเกตรถรับจ้างข้ามแดนที่ได้รับอนุญาต
รถแบบไหนจุกี่คน และกระเป๋าไปอยู่ตรงไหน

รถที่หน้าจองในฮ่องกงเสนอบ่อยที่สุดคือรถตู้ระดับพรีเมียมนั่งได้ 6–7 ที่ ถัดขึ้นไปเป็นมินิบัส แล้วจึงเป็นรถโค้ช ตัวเลขที่ผู้ให้บริการโฆษณามักเป็นจำนวนที่นั่ง ซึ่งเป็นคนละตัวเลขกับพื้นที่กระเป๋า คำถามที่ควรถามคือเมื่อจัดกระเป๋าใหญ่ตามจำนวนจริงแล้ว เหลือที่นั่งผู้โดยสารกี่ที่
สำหรับคณะที่ใหญ่ขึ้นจนต้องใช้รถโดยสาร ผู้ประกอบการต้องถือใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้โดยสาร หรือ Passenger Service Licence กรมการขนส่งรายงานว่า ณ 31 ธันวาคม 2025 ฮ่องกงมีรถโดยสารไม่ประจำทางจดทะเบียนอยู่ 6,951 คัน และแบ่งประเภทบริการไว้ชัดเจนรวมถึงบริการเช่าเหมาตามสัญญา อ่านรายละเอียดได้ที่หน้าNon-Franchised Bus ของกรมการขนส่งฮ่องกง
ข้อจำกัดที่ทำให้รถใหญ่เสียเปรียบไม่ใช่ราคา แต่เป็นจุดจอด ถนนบางเส้นและทางเข้าโรงแรมบางแห่งรับรถโค้ชไม่ได้ และจุดที่ให้ลงผู้โดยสารกับจุดที่ให้จอดรออาจเป็นคนละที่ ก่อนล็อกขนาดรถ ให้ตรวจข้อจำกัดจุดจอดรถโค้ชในฮ่องกงกับผู้ให้บริการตามวันเดินทางจริง
วิธีขอราคาให้เทียบกันได้ในรอบเดียว
สาเหตุที่คนรู้สึกว่าราคารถฮ่องกงมั่วคือส่งข้อมูลไปไม่เท่ากัน ผู้ให้บริการจึงเดาแทน ส่งแปดข้อนี้ไปพร้อมกันทุกเจ้า แล้วราคาที่ได้กลับมาจะเทียบกันตรงฐาน
- วันที่และช่วงเวลาที่ต้องใช้รถ ระบุทั้งเวลาออกและเวลาที่ต้องถึง
- จำนวนผู้โดยสารจริงในแต่ละช่วง ไม่ใช้ยอดลงทะเบียนสูงสุด
- จำนวนกระเป๋าแยกใบใหญ่กับใบถือ และของยาวหรือของแตกง่าย
- ชื่อและที่อยู่ของทุกจุดรับส่ง ไม่ใช้คำกว้างอย่างเข้าเมืองหรือเที่ยวลันเตา
- จุดที่รถต้องจอดรอ และรอนานเท่าไร
- จำนวนผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในการขึ้นลงรถ
- แผนเมื่อเที่ยวบินหรือกิจกรรมล่าช้า
- รูปแบบใบเสนอราคาที่ต้องการ เพื่อให้ทุกเจ้าตอบในโครงเดียวกัน
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าควรใช้รถทั้งวันหรือเฉพาะบางช่วง ให้ขอราคาสองแบบในอีเมลฉบับเดียว คือแบบรถประจำทั้งวันกับแบบใช้รถเฉพาะช่วงสนามบินและช่วงนอกแนวราง ส่วนต่างที่เห็นจะบอกเองว่าความยืดหยุ่นที่ซื้อเพิ่มนั้นราคาเท่าไร ถ้าต้องการคนพูดไทยประกบด้วย ให้ดูขอบเขตงานที่คาดหวังได้จริงในใบอนุญาตไกด์ฮ่องกงและวิธีเช็คทะเบียนทางการ และถ้าอยากเห็นว่าบริการรถพร้อมคนขับแบบจัดให้ทั้งคณะครอบคลุมอะไรบ้าง ดูได้ที่หน้าบริการรถพร้อมคนขับที่ฮ่องกง
ทริปองค์กร สิ่งที่ต้องเพิ่มจากแผนของนักท่องเที่ยวทั่วไป
กรุ๊ปบริษัทต่างจากครอบครัวตรงที่มีเวลานัดที่เลื่อนไม่ได้ มีของบริษัท และมีคนที่ต้องถึงพร้อมกัน สามอย่างนี้เปลี่ยนคำตอบเรื่องพาหนะไปคนละทาง จึงควรแยกกำหนดการเป็นช่วงจากจุดนัดหนึ่งถึงจุดนัดถัดไป แล้วให้คะแนนข้อจำกัดของแต่ละช่วงก่อนเลือกพาหนะ
| ข้อจำกัดของช่วงนั้น | ถ้าคะแนนสูง แปลว่า |
|---|---|
| สัมภาระและอุปกรณ์ | ขอราคารถและยืนยันพื้นที่เก็บของแยกจากที่นั่ง |
| ระยะเดินและจำนวนครั้งที่ต้องต่อพาหนะ | รถมีโอกาสคุ้มขึ้นตามจำนวนทอดที่ตัดออกได้ |
| เวลานัดที่เลื่อนไม่ได้ | ต้องชั่งความเสี่ยงถนนกับความเสี่ยงที่คณะรวมตัวไม่ทัน |
| สมาชิกที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ | ตรวจทั้งรถและเส้นทางลิฟต์ ไม่ตัดสินจากพาหนะอย่างเดียว |
สองช่วงที่กรุ๊ปองค์กรมักประเมินต่ำคือขากลับจากงานเลี้ยง กับตารางของผู้บริหารที่แทรกระหว่างวัน ขากลับจากงานเลี้ยงจบไม่ตรงเวลาเสมอ ค่ารถจึงควรครอบคลุมช่วงเผื่อที่ตกลงกันไว้ พร้อมระบุชื่อผู้มีอำนาจอนุมัติค่าล่วงเวลาหน้างาน ส่วนรถของผู้บริหารควรแยกเพราะตารางไม่ตรงกับคณะ ไม่ใช่เพราะตำแหน่ง และต้องยืนยันจุดจอดหน้าอาคารทุกแห่งล่วงหน้า สภาพจราจรและที่จอดตรวจได้จากแอปHKeMobility ของกรมการขนส่งฮ่องกง ก่อนวันเดินทาง
แหล่งอ้างอิง
- 1. Transport Department — Taxi Fare of Hong Kong (มีผล 14 กรกฎาคม 2024) ตรวจ 27 สิงหาคม 2026
- 2. Transport Department — Hire Car Permit ตรวจ 27 สิงหาคม 2026
- 3. Transport Department — How to identify authorised cross-boundary hire car ตรวจ 27 สิงหาคม 2026
- 4. Transport Department — Non-Franchised Bus (ตัวเลขจดทะเบียน ณ 31 ธันวาคม 2025) ตรวจ 27 สิงหาคม 2026
- 5. GovHK — Online Checking System for Hire Car Permit ตรวจ 27 สิงหาคม 2026
- 6. MTR Open Data — ค่าโดยสารรายคู่สถานี ตรวจ 27 สิงหาคม 2026
- 7. MTR — System Map และ MTR Mobile Trip Planner
- 8. Hong Kong Tourism Board — Getting Around
สรุป จ่ายค่ารถเฉพาะช่วงที่ซื้อความแน่นอน
ตั้งต้นจากรถไฟฟ้าสำหรับช่วงในเมืองที่ทั้งสองปลายทางติดสถานีและไม่มีสัมภาระ แล้วสลับมาใช้รถพร้อมคนขับใน 6 ช่วงข้างต้น คือสนามบินที่มีกระเป๋า วันนอกแนวรางบนเกาะลันเตา วันไปไซกุง เส้นทางไหว้พระหลายวัด การเดินทางกับผู้ที่ต้องดูแล และการข้ามแดน เทียบราคาโดยส่งข้อมูลชุดเดียวกันให้ทุกเจ้า และตรวจป้ายใบอนุญาตก่อนขึ้นรถทุกครั้ง
สำหรับกรุ๊ปบริษัท BENS DVA AGENCY จัดทริปองค์กรที่ฮ่องกงโดยวางแผนพาหนะเป็นรายช่วงแบบเดียวกับที่อธิบายไว้ข้างต้น และใช้ผู้ให้บริการที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามประเภทงาน ทีมงานช่วยรวบข้อมูลคณะ กระเป๋า และเวลานัด ให้อยู่ในโครงเดียวก่อนขอราคา เพื่อให้ฝ่ายจัดซื้อเทียบข้อเสนอได้ตรงฐาน ดูโปรแกรมทริปองค์กรฮ่องกงหรือติดต่อทีมงานพร้อมกำหนดการคร่าว ๆ ได้เลย
บทความที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย
เช่ารถพร้อมคนขับที่ฮ่องกงราคาประมาณเท่าไหร่?
ฮ่องกงไม่มีราคากลางสำหรับรถพร้อมคนขับ กฎหมายกำหนดตารางค่าโดยสารไว้เฉพาะแท็กซี่เท่านั้น จากการสำรวจหน้าจองสาธารณะเมื่อ 27 สิงหาคม 2026 ราคาที่ประกาศไว้อยู่ราว 6,000-20,000 บาทต่อคันต่อรอบ 5-10 ชั่วโมง สำหรับรถนั่ง 6-7 ที่ ส่วนต่างส่วนใหญ่มาจากชั่วโมงขั้นต่ำ ค่าล่วงเวลา ค่าผ่านอุโมงค์ และค่าจอด จึงควรส่งข้อมูลชุดเดียวกันให้ทุกเจ้าแล้วเทียบว่าราคาใดรวมอะไรบ้าง
จะรู้ได้ยังไงว่ารถที่จองถูกกฎหมาย?
รถยนต์ส่วนบุคคลจะรับผู้โดยสารเพื่อสินจ้างในฮ่องกงได้ต้องมีใบอนุญาตรับจ้าง ซึ่งติดไว้ที่มุมซ้ายของกระจกหน้ารถ ผู้โดยสารกรอกทะเบียนรถตรวจได้เองในระบบตรวจสอบออนไลน์ของรัฐบาลฮ่องกง ถ้าเป็นรถข้ามแดนต้องมีป้าย Cross Boundary Hire Car พร้อมหมายเลขประจำรถทั้งกระจกหน้าและท้ายรถ กรมการขนส่งเตือนว่าการใช้รถที่ไม่มีใบอนุญาตทำให้ประกันภัยบุคคลที่สามของรถอาจใช้ไม่ได้เมื่อเกิดอุบัติเหตุ
นั่งแท็กซี่แทนได้ไหม ถูกกว่ารถเหมาหรือเปล่า?
ถูกกว่าสำหรับช่วงสั้นในเมืองที่ไม่มีกระเป๋า แท็กซี่ฮ่องกงแบ่งตามสี รถแดงวิ่งเขตเมืองเริ่มที่ 29 ดอลลาร์ฮ่องกงสำหรับ 2 กิโลเมตรแรก รถเขียววิ่งนิวเทอริทอรีส์เริ่มที่ 25.5 และรถฟ้าวิ่งบนเกาะลันเตาเริ่มที่ 24 ตามตารางที่มีผลตั้งแต่ 14 กรกฎาคม 2024 แต่มีค่ากระเป๋าที่เก็บท้ายรถใบละ 6 ดอลลาร์ฮ่องกงและค่าผ่านอุโมงค์เพิ่ม ถ้าต้องใช้หลายคันและแวะหลายจุด รถเหมาคุมค่าใช้จ่ายและเวลาได้ดีกว่า
กรุ๊ป 20-40 คนควรใช้รถแบบไหน?
ขนาดนี้ต้องใช้มินิบัสหรือรถโค้ชซึ่งผู้ประกอบการต้องถือใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้โดยสาร กรมการขนส่งรายงานว่า ณ 31 ธันวาคม 2025 ฮ่องกงมีรถโดยสารไม่ประจำทางจดทะเบียน 6,951 คัน ข้อจำกัดที่สำคัญกว่าราคาคือจุดจอด เพราะถนนบางเส้นและทางเข้าโรงแรมบางแห่งรับรถใหญ่ไม่ได้ และจุดที่ให้ลงผู้โดยสารกับจุดที่ให้จอดรออาจเป็นคนละที่ ต้องให้ผู้ให้บริการยืนยันตามวันเดินทางจริง