
วิธีข้ามแดนมาเก๊าเป็นกรุ๊ป ผ่าน ตม. สองรอบยังไงไม่ให้หลง
หน้าช่องตรวจคนเข้าเมืองฝั่งฮ่องกง เพื่อนในคณะอาจเดินผ่านไปแล้ว แต่เรายังรอเรียกอยู่ในแถว คำถามที่ควรตกลงกันก่อนแยกคือ ผ่านตรงนี้แล้ว รอที่ไหน และยังต้องตรวจอีกไหม ข้ามจากฮ่องกงไปมาเก๊าต้องผ่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) แยกสองฝั่ง คือออกจากฮ่องกงก่อน แล้วจึงเข้ามาเก๊า การไปเป็นกรุ๊ปจึงควรเตรียมทั้งเอกสารรายคนและจุดรวมพลของแต่ละด่าน บทนี้จะพาไล่ขั้นตอน เช็คพาสปอร์ตกับสิทธิ์วีซ่า และวางแผนเผื่อคนผ่านช้าหรือพลัดหลง เพื่อให้ทุกคนรู้ว่าจะไปต่ออย่างไร
ขั้นตอนข้ามแดนมาเก๊า ผ่าน ตม. สองรอบฝั่งฮ่องกงและมาเก๊า
ข้ามสะพานหรือนั่งเรือก็ต้องแยกให้ออกว่า ตอนนี้กำลังออกจากฮ่องกงหรือกำลังเข้ามาเก๊า การผ่านฝั่งแรกแล้วไม่ได้แปลว่าจบขั้นตอนเข้าเมืองปลายทาง หัวหน้าคณะควรอธิบายเส้นทางสั้น ๆ ก่อนถึงด่าน และบอกจุดรอหลังตรวจให้ชัดทุกครั้งที่ต้องแยกกัน

ด่านขาออกฮ่องกงและด่านขาเข้าฝั่งมาเก๊าแยกคนละระบบ
สำหรับเส้นทางสะพานฮ่องกง-จูไห่-มาเก๊า ฝั่งฮ่องกงมีด่าน Hong Kong Port ให้ผู้โดยสารผ่านขั้นตอนขาออก ผู้มาเยือนใช้เคาน์เตอร์ปกติโดยแสดงเอกสารเดินทางที่ยังใช้ได้ ส่วนการอนุญาตเข้ามาเก๊าเป็นการตรวจของเจ้าหน้าที่ฝั่งมาเก๊าอีกครั้ง อย่าเพิ่งเก็บพาสปอร์ตลงกระเป๋าใบใหญ่หลังออกจากฮ่องกง เพราะยังต้องหยิบใช้อีกฝั่ง
เรื่องแบบฟอร์มกระดาษก็แยกจำได้ง่าย ๆ ฮ่องกงไม่ต้องกรอกหรือยื่นบัตรขาเข้าและขาออกแล้ว ส่วนมาเก๊าไม่ต้องกรอก Arrival Card แต่จะได้รับ Slip of Authorization to Stay หรือหลักฐานระยะเวลาพำนัก ให้เก็บไว้ระหว่างอยู่มาเก๊า เมื่อได้รับเอกสารมา ลองดูให้แน่ใจว่ามีอะไรต้องเก็บต่อก่อนเดินไปหาคณะ อย่าเผลอทิ้งรวมกับกระดาษที่ไม่ใช้แล้ว
| ช่วงเดินทาง | ขั้นตอนของฝั่งนั้น | สิ่งที่คณะควรตกลง |
|---|---|---|
| ออกจากฮ่องกง | ผ่านการตรวจขาออกด้วยเอกสารเดินทางที่ใช้ได้ | หลังผ่านช่องตรวจจะรอกันตรงไหนก่อนเดินทางต่อ |
| เดินทางข้ามแดน | ใช้รถผ่านสะพานหรือเรือตามเส้นทางที่เลือก | ใครเช็คคนครบ และใครประสานการเดินทางช่วงถัดไป |
| เข้ามาเก๊า | ผ่านการตรวจขาเข้าและเก็บหลักฐานระยะเวลาพำนัก | จุดรวมพลก่อนออกไปพบรถรับส่งอยู่ตรงไหน |
ถ้ามีคนในคณะใช้ช่องตรวจคนเข้าเมืองอัตโนมัติหรือ e-Channel ได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะใช้ตามได้ ช่องนี้มีคุณสมบัติและเงื่อนไขการลงทะเบียนตามที่หน่วยงานกำหนด ให้แต่ละคนเข้าช่องที่ตนมีสิทธิ์ แล้วไปเจอกันตามนัด จะช่วยลดความสับสนจากการเดินตามเพื่อนโดยยังไม่ได้ดูป้าย
เดินทางข้ามแดนด้วยรถบัสข้ามสะพานหรือเรือเฟอร์รี่
เส้นทางผ่านสะพานมีทั้งรถชัตเทิลบัส รถโค้ชข้ามแดน และรถเช่าพร้อมบริการข้ามแดน ก่อนจองให้ถามผู้ให้บริการว่ารับจากที่ไหน ส่งถึงจุดใด และช่วงผ่านด่านต้องทำอย่างไรบ้าง อย่าเข้าใจจากคำว่า “รถข้ามแดน” ว่านั่งคันเดิมได้ตลอดโดยไม่ต้องลงมาตรวจ เพราะรูปแบบบริการต่างกัน และทุกคนยังต้องทำตามขั้นตอนของด่านที่ใช้
ถ้านั่งเรือ มีเส้นทางจาก Hong Kong-Macao Ferry Terminal ไปยัง Outer Harbour Ferry Terminal และ Taipa Ferry Terminal ในมาเก๊า โดยมีผู้ให้บริการอย่าง TurboJET และ Cotai Water Jet ให้เลือกเช็คเส้นทาง ท่าเรือปลายทางควรตรงกับแผนรถรับส่ง ไม่ใช่จองเรือเสร็จแล้วค่อยพบว่ารถไปรอคนละท่า
ส่วน SkyPier Terminal ที่สนามบินฮ่องกงใช้เฉพาะผู้โดยสารต่อเครื่องบินตามเงื่อนไขของบริการ จึงไม่ควรวางแผนให้คณะที่เที่ยวอยู่ในฮ่องกงเดินทางไปขึ้นเรือจากสนามบินโดยคิดว่าใช้ได้เหมือนท่าเรือทั่วไป ถ้าเส้นทางมีช่วงต่อเครื่อง ให้ยืนยันสิทธิ์ใช้บริการกับผู้ให้บริการก่อนเลือกวิธีเดินทาง
เตรียมหนังสือเดินทางและเช็คสิทธิ์วีซ่าของสมาชิกในคณะ
เรื่องเอกสารควรคุยกันก่อนจองการเดินทางข้ามแดน โดยเฉพาะคณะที่มีหลายสัญชาติ ลองไล่รายชื่อทีละคนว่าใช้เอกสารอะไร หมดอายุเมื่อไร และเดินทางด้วยวัตถุประสงค์ใด การรู้จักกันหรือทำงานบริษัทเดียวกันไม่ได้ทำให้เงื่อนไขเข้าเมืองเหมือนกันทั้งหมด

อายุหนังสือเดินทางและเงื่อนไขยกเว้นวีซ่าสำหรับคนไทย
สำหรับผู้ที่ไม่ได้มีถิ่นพำนักในมาเก๊า เอกสารเดินทางต้องมีอายุเหลือมากกว่าระยะเวลาที่ตั้งใจจะพำนักบวก 90 วัน จึงควรหยิบพาสปอร์ตมาเทียบกับวันเดินทางจริง ไม่ใช้เพียงคำจำว่า “เหลือ 6 เดือนก็พอ” แทนการอ่านเงื่อนไขของปลายทาง หากกำหนดกลับยังไม่นิ่ง ให้เช็คอายุเอกสารอีกครั้งเมื่อได้แผนสุดท้าย
ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยเดินทางเพื่อท่องเที่ยวได้รับยกเว้นวีซ่าในฮ่องกงและมาเก๊า โดยพำนักได้ไม่เกิน 30 วันตามเงื่อนไขของแต่ละฝั่ง สิทธิ์นี้ไม่ได้ครอบคลุมการทำงาน และต้องไม่อยู่เกินกำหนด ถ้าทริปบริษัทมีวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากท่องเที่ยว ให้ตรวจประเภทการเข้าเมืองให้ตรงกับกิจกรรมจริงก่อนเดินทาง
อย่าอ่านคำว่า “ยกเว้นวีซ่า” แล้วข้ามขั้นตอนเตรียมตัว การอนุญาตเข้าเมืองยังขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ และแต่ละคนอาจใช้เวลาตรวจต่างกัน สำหรับคนจัดทริป วิธีเตรียมที่ทำได้คือให้สมาชิกเช็คข้อมูลของตัวเอง และรู้แผนพักกับแผนเดินทางต่อโดยไม่ต้องรอถามหัวหน้าคณะที่หน้าเคาน์เตอร์
เช็คลิสต์ก่อนส่งรายละเอียดให้ผู้จัดทริปควรมีเรื่องต่อไปนี้
• ชื่อในเอกสารตรงกับข้อมูลที่ใช้จองการเดินทาง
• วันหมดอายุครอบคลุมเงื่อนไขของทั้งฮ่องกงและมาเก๊า
• วันเข้าและวันออกของแต่ละฝั่งตรงกับแผนล่าสุด
• วัตถุประสงค์การเดินทางตรงกับสิทธิ์หรือประเภทวีซ่าที่ใช้
เก็บพาสปอร์ตไว้ในจุดที่หยิบสะดวกและดูแลได้เอง หากต้องเปิดกระเป๋าหาเอกสาร ให้เช็คของก่อนเดินออกจากช่องตรวจด้วย การเตรียมให้พร้อมช่วยลดงานที่ต้องแก้ตรงหน้า แต่ไม่ใช่การรับรองผลผ่านด่าน
การตรวจเช็คเงื่อนไขวีซ่าสำหรับสมาชิกต่างสัญชาติ
ถ้ามีเพื่อนร่วมทีมถือหนังสือเดินทางต่างชาติ ให้เช็คแยกทั้งฮ่องกงและมาเก๊าตั้งแต่ต้น ไม่ใช้สิทธิ์ของคนไทยเป็นคำตอบแทนทั้งคณะ เพราะบางสัญชาติมีเงื่อนไขต่างออกไป มาเก๊าระบุว่าบางประเทศต้องขอวีซ่าล่วงหน้าผ่านสถานทูตหรือสถานกงสุลจีน และไม่สามารถใช้วิธีขอเมื่อเดินทางมาถึงได้
การคุยกันให้ชัดควรได้คำตอบว่า เจ้าตัวใช้หนังสือเดินทางหรือเอกสารประเภทใด ต้องขออนุญาตล่วงหน้าหรือไม่ และถ้าจะกลับเข้าฮ่องกงหลังเที่ยวมาเก๊า ต้องเช็คเงื่อนไขขากลับอย่างไรด้วย อย่าหยุดตรวจแค่ขาไปแล้วถือว่าครบทั้งทริป
สำหรับผู้ประสานงาน อาจทำรายการติดตามเฉพาะสถานะ เช่น เช็คแล้ว รอยืนยัน หรืออยู่ระหว่างเตรียมเอกสาร พร้อมระบุว่าใครเป็นคนตามต่อ ไม่จำเป็นต้องส่งรายละเอียดส่วนตัวของทุกคนลงกลุ่มสนทนารวม หากข้อมูลรายใดยังไม่ชัด ให้เจ้าตัวสอบถามหน่วยงานทางการตามสัญชาติและประเภทเอกสารที่ถือ ก่อนยืนยันแผนที่เปลี่ยนได้ยาก
นัดจุดรวมพลหลังผ่านด่านและเตรียมแผนรับมือกรณีพลัดหลง
คำว่า “เจอกันข้างหน้า” ยังไม่พอสำหรับด่านข้ามแดน คนที่ออกมาก่อนอาจนึกถึงจุดขึ้นรถ ขณะที่อีกคนยืนรอทันทีหลังช่องตรวจ จุดนัดที่ดีจึงต้องบอกทั้งฝั่งของด่าน ตำแหน่งก่อนหรือหลัง ตม. และสิ่งที่มองเห็นได้จริง โดยหัวหน้าคณะควรยืนยันตำแหน่งหน้างานก่อนให้ทุกคนใช้เป็นจุดรอ

กำหนดจุดนัดพบหลังผ่านด่านเพื่อรอสมาชิกที่ตรวจเอกสารช้าเร็วต่างกัน
ที่อาคารผู้โดยสาร Hong Kong Port ชั้น 1 เป็นโถงขาออก ส่วนชั้น G เป็นโถงขาเข้า การนัดเพียงว่า “รอในอาคาร” จึงกว้างเกินไป ภายในมีจุดบริการช่วยเหลือ ห้องน้ำ และเคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วรถชัตเทิลบัส แต่ต้องดูด้วยว่าจุดที่เลือกอยู่ในเส้นทางหลังตรวจของคณะจริงหรือไม่ ไม่ใช่เห็นชื่อจุดบริการในแผนผังแล้วนัดทันที
ก่อนแยกเข้าช่องตรวจ ให้ส่งข้อความนัดหมายที่สมาชิกเปิดอ่านซ้ำได้ ระบุว่าผ่านด่านฝั่งไหนแล้วให้รอใกล้ป้ายหรือสัญลักษณ์อะไร หากเลือกใช้เสาเป็นจุดสังเกต ต้องเห็นหน้างานก่อนว่าแยกจากเสาอื่นได้ชัด และไม่ขวางทางเดิน ถ้าส่งรูปจุดนัดได้ ให้ถ่ายเฉพาะในบริเวณที่อนุญาตและเหมาะสม
ลองให้สมาชิกพูดทวนว่า “ออกมาแล้วรอที่ไหน” จะช่วยรู้ได้ทันทีว่ายังมีคนเข้าใจคนละจุดหรือเปล่า สำหรับคณะที่มีผู้สูงอายุหรือคนไม่ถนัดใช้โทรศัพท์ อาจจับคู่เพื่อนช่วยกันจำจุดนัดและพกชื่อผู้ประสานงานไว้ด้วย แต่ไม่ควรผูกแผนทั้งหมดกับการที่คู่ของตนจะผ่านช่องตรวจพร้อมกัน
เมื่อรวมตัวแล้ว ให้เช็คชื่อทีละคนก่อนเคลื่อนคณะ แทนการมองว่าคนดูครบแล้วค่อยเดินต่อ ควรมีคนรับหน้าที่ประสานรถอีกคนหนึ่ง เพื่อให้คนเช็คสมาชิกไม่ต้องสลับโทรศัพท์กับนับคนจนหลุด ใครจะไปห้องน้ำหรือแยกทำธุระ ให้แจ้งผู้ประสานงานก่อน จะได้ไม่เข้าใจว่าเจ้าตัวยังติดอยู่ในด่าน
แนวทางรับมือเมื่อมีสมาชิกพลัดหลงหรือถูกเรียกตรวจเพิ่มเติม
ถ้าหาเพื่อนไม่เจอ ให้เริ่มจากติดต่อเจ้าตัวและถามตำแหน่งที่แน่นอน เช่น อยู่ฝั่งไหน ผ่าน ตม. แล้วหรือยัง และเห็นป้ายอะไรอยู่ใกล้ตัว ระหว่างนั้นให้คณะที่เหลืออยู่กับผู้ดูแลที่จุดนัดเดิม ไม่แยกกันเดินค้นหลายทางจนเกิดคนหลงเพิ่ม หากติดต่อไม่ได้หรือไม่แน่ใจเส้นทาง ให้ขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่หรือจุดบริการช่วยเหลือในบริเวณที่อยู่
หากมีคนถูกเรียกตรวจเพิ่มเติม ให้คนที่ผ่านแล้วรอในพื้นที่ที่อนุญาต และให้ผู้ประสานงานสอบถามแนวทางจากเจ้าหน้าที่ อย่าพาคณะย้อนเข้าเขตตรวจเอง ฝั่งมาเก๊าอาจเก็บข้อมูลชีวมิติเพื่อยืนยันตัวบุคคลด้วย จึงไม่ควรตีความว่าคนออกมาช้าต้องถูกปฏิเสธเข้าเมือง หรือกำหนดเวลาว่าอีกไม่นานจะออกมาแน่นอน
สิ่งที่เตรียมไว้ได้คือชื่อและช่องทางติดต่อหัวหน้าคณะ ผู้ประสานงานรถ และเพื่อนที่ช่วยดูแลกัน โดยบันทึกให้เปิดดูได้แม้อินเทอร์เน็ตมีปัญหา ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินที่คนไทยต้องการความช่วยเหลือจากสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง มีหมายเลข (+852) 6821 1545 ถึง 6 สำหรับกรณีฉุกเฉิน ไม่ใช่ช่องทางสอบถามคิวหรือขอให้เร่งการตรวจทั่วไป
แผนหลังข้ามแดนควรมีช่วงเผื่อไว้ก่อนนัดอาหารหรือกิจกรรมที่เลื่อนได้ยาก แม้อาคารผู้โดยสาร Hong Kong Port เปิด 24 ชั่วโมง ก็ไม่ได้แปลว่ารถและเรือทุกบริการมีให้ใช้ตลอดเวลา ให้เช็คตารางกับผู้ให้บริการ และตกลงล่วงหน้าว่าหากคณะออกจากด่านช้า จะปรับรถรับส่งหรือกิจกรรมช่วงถัดไปอย่างไร
หากยังจัดวันเที่ยวฝั่งฮ่องกงอยู่ ควรแยกดูเส้นทางเที่ยวให้เข้ากับวันข้ามแดนด้วย อ่านต่อ: เส้นทางสายมูฮ่องกง 4 วัดในหนึ่งวัน เรียงยังไงให้กรุ๊ปไม่เหนื่อยเกิน
พาทีมข้ามแดนฮ่องกงไปมาเก๊า วางแผนการเดินทางและรถรับส่งให้ลงตัว
ทริปองค์กรที่มีทั้งฮ่องกงและมาเก๊า ควรตกลงเส้นทางข้ามแดน จุดรับส่ง และผู้ประสานงานให้ชัดก่อนเดินทาง BENS DVA ช่วยจัดเส้นทาง ประสานรถโค้ชรับส่ง และเตรียมเช็คลิสต์เอกสารล่วงหน้าได้ โดยวางแผนตามสัญชาติสมาชิกและกิจกรรมของคณะ ส่วนการอนุญาตเข้าเมืองยังเป็นการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ ดูตัวอย่างการจัดวันเดินทางได้ที่ โปรแกรมทัวร์ฮ่องกง มาเก๊า 5 วัน 4 คืน สำหรับองค์กร
ถ้ามีแผนเที่ยวอยู่แล้ว เตรียมวันเดินทาง จำนวนสมาชิก สัญชาติ และจุดหมายที่อยากไปไว้คุยกับทีมงาน เพื่อจัดการเดินทางแต่ละช่วงให้ต่อกันได้สะดวก
คำถามที่พบบ่อย
จากฮ่องกงไปมาเก๊าต้องผ่าน ตม. กี่รอบ?
ต้องผ่านการตรวจขาออกของฮ่องกง แล้วผ่านการตรวจขาเข้าของมาเก๊าอีกครั้ง เป็นระบบแยกกัน ควรนัดจุดรอหลังตรวจของแต่ละฝั่งก่อนสมาชิกแยกเข้าช่องตรวจ
คนไทยเที่ยวมาเก๊าต้องขอวีซ่าหรือไม่?
ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยเดินทางเพื่อท่องเที่ยวได้รับยกเว้นวีซ่า โดยพำนักได้ไม่เกิน 30 วันตามเงื่อนไข การอนุญาตเข้าเมืองขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ หากเดินทางเพื่อวัตถุประสงค์อื่นให้เช็คประเภทการเข้าเมืองก่อน
พาสปอร์ตต้องเหลืออายุเท่าไรเมื่อเข้ามาเก๊า?
สำหรับผู้ที่ไม่ได้มีถิ่นพำนักในมาเก๊า เอกสารเดินทางต้องเหลืออายุมากกว่าระยะเวลาที่ตั้งใจพำนักบวก 90 วัน ควรเช็ควันหมดอายุกับแผนจริง และตรวจเงื่อนไขฮ่องกงแยกด้วยหากเดินทางผ่าน
ยังต้องกรอก Arrival Card กระดาษหรือไม่?
ฮ่องกงไม่ต้องกรอกหรือยื่นบัตรขาเข้าและขาออกแล้ว ส่วนมาเก๊าไม่ต้องกรอก Arrival Card แต่จะได้รับหลักฐานระยะเวลาพำนักซึ่งควรเก็บไว้ระหว่างอยู่มาเก๊า
ถ้าเพื่อนในกรุ๊ปผ่านด่านช้าควรรอที่ไหน?
รอที่จุดรวมพลหลังตรวจซึ่งตกลงกันไว้ในพื้นที่ที่อนุญาต ให้ผู้ประสานงานติดต่อสมาชิกหรือขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ ไม่แยกกันเดินตามหาและไม่ย้อนเข้าเขตตรวจเอง