Incentive Hong Kong
ทีมผู้ประสานงานทริปบริษัทเตรียมพาสปอร์ตและแผนข้ามแดนระหว่างฮ่องกงกับมาเก๊า

ข้ามแดนมาเก๊าสำหรับกรุ๊ป ตม.สองรอบ พาสปอร์ต และกติกาที่พลาดบ่อย

13 สิงหาคม 2569 11 นาทีอ่านคู่มือจัดทริปองค์กร

การข้ามแดนมาเก๊าสำหรับกรุ๊ปบริษัทไม่ใช่การเดินทางภายในเมืองเดียวกัน แม้ฮ่องกงและมาเก๊าจะอยู่ใกล้กัน ผู้เดินทางต้องผ่านขั้นออกจากฮ่องกงและขั้นเข้าเมืองของมาเก๊า โดยใช้สิทธิ์ตามสัญชาติและเอกสารของแต่ละคน เมื่อเดินทางกลับก็ต้องผ่านกระบวนการของทั้งสองเขตอีกครั้ง

สำหรับ HR การเช็คว่า “พาสปอร์ตครบหรือไม่” ยังไม่พอ ต้องดูวันหมดอายุ สิทธิ์เข้าเมืองของสมาชิกต่างสัญชาติ ชื่อบนรายชื่อผู้เดินทาง หลักฐานเที่ยวกลับ และการคุมคณะระหว่างจุดตรวจ บทนี้จัดขั้นตอนเหล่านั้นเป็นระบบเดียวที่นำไปใช้กับกรุ๊ป 20 คนขึ้นไปได้ โดยไม่สมมติเวลาผ่านด่านหรือรับประกันการอนุญาตเข้าเมือง

ข้ามแดนมาเก๊าสำหรับกรุ๊ปต้องผ่าน ตม. กี่ครั้ง?

เที่ยวขาไปจากฮ่องกงสู่มาเก๊ามีอย่างน้อยสองช่วงงานตรวจคนเข้าเมือง คือออกจากฮ่องกงและเข้ามาเก๊า ส่วนขากลับมีออกจากมาเก๊าและกลับเข้าฮ่องกงอีกครั้ง จึงควรคิดเป็น “สี่ checkpoint ในหนึ่งทริปไป-กลับ” แทนการมองว่าเป็นรถหรือเรือเที่ยวเดียว

คำว่า “ตม.สองรอบ” ในชื่อบทความหมายถึงสองเขตอำนาจในแต่ละทิศทาง ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะใช้ช่องตรวจเดียวกันหรือใช้เวลาเท่ากัน การตัดสินใจอนุญาตเข้าเมืองเป็นอำนาจของเจ้าหน้าที่ และเงื่อนไขอาจต่างกันตามสัญชาติ ประเภทเอกสาร และประวัติการเดินทาง

ฮ่องกงกับมาเก๊าเป็นคนละเขตตรวจคนเข้าเมือง

จุดผ่านแดนฝั่งฮ่องกงตรวจการออกจากฮ่องกง ก่อนที่คณะจะเดินทางเข้าสู่จุดตรวจของมาเก๊า สำหรับเส้นทางสะพาน HZMB หน้า Passenger Guide ทางการระบุชัดว่าฝั่ง Hong Kong Port มีบริการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางระหว่างฮ่องกง จีนแผ่นดินใหญ่ และมาเก๊า ดูรายละเอียดปัจจุบันได้จาก Hong Kong-Zhuhai-Macao Bridge Hong Kong Port

ในทางปฏิบัติ หัวหน้าคณะควรนับคนหลังผ่านแต่ละเขต ไม่ใช่นับเพียงตอนขึ้นรถหรือเรือ เพราะสมาชิกบางคนอาจถูกเรียกตรวจเพิ่ม หากรถออกจากจุดรวมโดยอาศัยจำนวนโดยประมาณ ความผิดพลาดหนึ่งคนจะกลายเป็นปัญหาทั้งคณะทันที

บัตรขาเข้าไม่ใช่ “สองใบ” ที่ต้องกรอกเหมือนกัน

ข้อสรุปที่ควรใช้ในปี 2026 คือ อย่าเตรียมแบบฟอร์มขาเข้าสองชุดล่วงหน้าโดยคิดว่าฮ่องกงกับมาเก๊าใช้ระบบเดียวกัน Hong Kong Immigration ระบุว่าผู้มาเยือนไม่ต้องกรอก arrival หรือ departure card สำหรับการตรวจคนเข้าเมือง โดยตรวจได้จาก คำถามที่พบบ่อยของ Hong Kong Immigration Department

ฝั่งมาเก๊าใช้หลักฐานการอนุญาตให้อยู่ตามระบบของตน และมี Slip of Authorization to Stay สำหรับผู้ไม่มีถิ่นพำนักตามนโยบายตรวจเข้าเมืองแบบไม่ประทับตรา ทีมงานจึงควรให้สมาชิกเก็บหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ออกให้จริง และถ่ายสำเนาไว้ในพื้นที่ที่คุ้มครองข้อมูล ไม่ควรใช้คำว่า “arrival slip สองใบ” เป็นเช็คลิสต์ตายตัว

การกลับฮ่องกงคือการเข้าเมืองใหม่อีกครั้ง

เมื่อคณะออกจากฮ่องกงไปมาเก๊า ระยะอนุญาตให้อยู่เดิมของฮ่องกงไม่ได้แปลว่าจะกลับเข้าได้โดยอัตโนมัติ เจ้าหน้าที่จะพิจารณาการเข้าครั้งใหม่ตามเอกสารและเงื่อนไข ณ เวลานั้น ดังนั้นรายชื่อเดินทางต้องมีข้อมูลเที่ยวกลับ ที่พัก และผู้ประสานงานพร้อมใช้ทั้งขาไปและขากลับ

หากโปรแกรมองค์กรมีทั้งสองเมือง ควรอ่านโครงทริปและขอบเขตบริการจาก อ่านหน้าหลักของหัวข้อนี้ ก่อนล็อกวัน เพื่อให้วันข้ามแดนสัมพันธ์กับโรงแรม รถ และกิจกรรม ไม่แยกตาราง ตม. ออกจากตารางปฏิบัติการส่วนอื่น

รถโค้ชพรีเมียมสำหรับการเดินทางของกรุ๊ปบริษัทในฮ่องกง
รถโค้ชพรีเมียมสำหรับการเดินทางของกรุ๊ปบริษัทในฮ่องกง

HR ต้องเช็คพาสปอร์ตและสิทธิ์เข้าเมืองอย่างไร?

ให้ตรวจรายบุคคล ไม่ใช้สัญชาติของคนส่วนใหญ่แทนทั้งกรุ๊ป ผู้ถือพาสปอร์ตไทยมีเงื่อนไขหนึ่ง แต่พนักงานต่างชาติ คู่สมรส วิทยากร หรือผู้บริหารที่ถือเอกสารอื่นอาจต้องขอวีซ่าหรือเอกสารล่วงหน้า และต้องผ่านเงื่อนไขของฮ่องกงกับมาเก๊าแยกกัน

แบ่งสมาชิกตามสัญชาติและประเภทเอกสาร

ทำตารางควบคุมโดยให้หนึ่งแถวต่อหนึ่งผู้เดินทาง ช่องสำคัญคือชื่อภาษาอังกฤษตามพาสปอร์ต สัญชาติ ประเภทพาสปอร์ต วันหมดอายุ สิทธิ์เข้าฮ่องกง สิทธิ์เข้ามาเก๊า และผู้ตรวจทาน อย่ารวมคำตอบเป็น “ผ่าน” ช่องเดียว เพราะการผ่านฮ่องกงไม่ได้แปลว่าผ่านมาเก๊า

สำหรับมาเก๊า หน้า Immigration Clearance of Non-residents of Macao ระบุว่าประเทศไทยอยู่ในรายชื่อที่ได้รับยกเว้นวีซ่าและใบอนุญาตเข้าเมือง และผู้ถือพาสปอร์ตที่ได้รับยกเว้นโดยทั่วไปได้รับอนุญาตให้อยู่ได้สูงสุด 30 วัน อย่างไรก็ตาม ต้องยึดระยะที่เจ้าหน้าที่อนุญาตจริงและตรวจเงื่อนไขอีกครั้งก่อนออกตั๋ว

ตรวจวันหมดอายุตามเกณฑ์ของปลายทาง ไม่ใช้สูตรเดียว

มาเก๊ากำหนดโดยทั่วไปว่าเอกสารเดินทางของผู้ไม่มีถิ่นพำนักต้องมีอายุเหลืออย่างน้อย 90 วันหลังช่วงพำนักที่ตั้งใจไว้ เกณฑ์นี้ไม่ควรถูกแทนด้วยประโยคกว้าง ๆ ว่า “พาสปอร์ตหกเดือนเสมอ” เพราะแต่ละเขตและแต่ละสัญชาติอาจใช้เงื่อนไขต่างกัน

ในงานจริง บริษัทอาจตั้งเกณฑ์ภายในที่เผื่อมากกว่าขั้นต่ำเพื่อป้องกันปัญหาสายการบินหรือการเปลี่ยนแผนได้ แต่ต้องแยกให้ชัดว่านั่นคือนโยบายบริหารความเสี่ยงของบริษัท ไม่ใช่กฎหมายของมาเก๊า หากพบสมาชิกที่อายุพาสปอร์ตใกล้เกณฑ์ ให้ตรวจโดยตรงกับสายการบินและหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองก่อนยืนยัน

เตรียมหลักฐานเที่ยวกลับ ที่พัก และงบใช้จ่าย

หน้าเดียวกันของรัฐบาลมาเก๊าระบุว่าผู้มาเยือนโดยทั่วไปต้องมีตั๋วเดินทางต่อหรือเที่ยวกลับ และอาจต้องแสดงว่ามีทรัพยากรเพียงพอต่อช่วงพำนัก รายการนี้จึงควรอยู่ในแฟ้มคณะ แม้เจ้าหน้าที่อาจไม่ได้ขอดูจากทุกคน

เอกสารที่หัวหน้าคณะควรเข้าถึงได้ทันที ได้แก่ รายละเอียดเที่ยวกลับ ใบยืนยันโรงแรม กำหนดการ ชื่อและเบอร์ติดต่อผู้ประสานงาน รวมถึงข้อมูลผู้ให้บริการรถหรือเรือที่ยืนยันแล้ว ควรแจกเฉพาะข้อมูลที่สมาชิกจำเป็นต้องใช้ และไม่ส่งสำเนาพาสปอร์ตทั้งกรุ๊ปในห้องแชตทั่วไป

ขั้นตอนข้ามแดนเทียบเวลาและเอกสารควรวางอย่างไร?

ไม่ควรใส่ “เวลาผ่าน ตม. แน่นอน” ลงในกำหนดการ เพราะเวลาจริงขึ้นกับจำนวนผู้เดินทาง ช่องตรวจ การสุ่มตรวจ และเหตุการณ์ประจำวัน ให้ใช้เวลาแบบ window พร้อมจุดตัดสินใจ เช่น เวลารวมตัว เวลาปิดรับสมาชิก และเวลาที่ต้องตัดสินใจเลื่อนกิจกรรมถัดไป

ช่วงงานผู้รับผิดชอบเอกสารหรือข้อมูลที่ต้องพร้อมจุดยืนยันก่อนเดินต่อ
ก่อนออกจากโรงแรมฮ่องกงHR + หัวหน้าคณะพาสปอร์ตจริง รายชื่อคน เบอร์ติดต่อ กระเป๋าที่อนุญาตนับคนและเทียบชื่อกับพาสปอร์ต
เช็คอินรถหรือเรือทีมปฏิบัติการรายชื่อจอง เงื่อนไขสัมภาระ จุดลงและจุดรวมยืนยันผู้ให้บริการและเที่ยวเดินทางวันจริง
ออกจากฮ่องกงหัวหน้ากลุ่มย่อยพาสปอร์ตและเอกสารของแต่ละคนนับคนหลังผ่าน ตม.ฮ่องกง
เดินทางข้ามเขตผู้ประสานงานหลักรายชื่อรถ/เรือ ช่องทางสื่อสาร แผนคนหลุดกลุ่มยืนยันว่าทุกกลุ่มอยู่บนพาหนะถูกคันหรือเที่ยว
เข้ามาเก๊าหัวหน้ากลุ่มย่อยพาสปอร์ต หลักฐานเที่ยวกลับ ที่พัก กำหนดการตรวจสิทธิ์ที่ได้รับและนับคนหลังผ่าน ตม.มาเก๊า
ออกจากจุดผ่านแดนทีมรถฝั่งมาเก๊าจุดรับรถ ป้ายคณะ จำนวนสัมภาระรถไม่ออกจนหัวหน้าทั้งสองฝ่ายยืนยันยอดตรงกัน

ตารางนี้เป็นลำดับปฏิบัติการ ไม่ใช่ตารางเวลาของด่าน ก่อนเดินทางต้องตรวจเวลาเปิดบริการ เที่ยวรถหรือเรือ สถานะจุดผ่านแดน และข้อกำหนดสัมภาระจากผู้ให้บริการกับหน่วยงานทางการอีกครั้ง

ตั้งเวลาแบบ window และมี cut-off

กำหนดเวลานัดหมายเป็นช่วง เช่น เปิดจุดรวมตัวก่อนเวลาปิดรับสมาชิก แล้วตั้ง cut-off ที่ชัดเจนสำหรับการโทรตามหรือย้ายผู้มาสายเข้าสู่แผนสำรอง การเขียนเพียง “ออก 08:00” ไม่พอ เพราะไม่ได้บอกว่าใครมีอำนาจตัดสินใจเมื่อคนไม่ครบ

สำหรับกรุ๊ปที่มีผู้บริหาร ให้แยกผู้ช่วยดูแลเอกสารออกจากผู้คุมการเคลื่อนตัว เพื่อไม่ให้คนเดียวต้องตอบคำถาม ตม. โทรหาผู้ให้บริการ และนับสมาชิกพร้อมกัน หากมีสมาชิกถูกตรวจเพิ่ม ให้หัวหน้ากลุ่มย่อยอยู่ประสาน ส่วนคนที่ผ่านแล้วรอในจุดที่ตกลงไว้

ใช้หัวหน้ากลุ่มย่อยแทนการนับรวมครั้งเดียว

กรุ๊ป 20 คนขึ้นไปควรแบ่งเป็นกลุ่มย่อยขนาดที่หัวหน้าจำสมาชิกได้จริง แต่ละกลุ่มมีรายชื่อและช่องทางติดต่อของตน จากนั้นรายงานยอดให้ผู้ประสานงานกลางในรูปแบบเดียว เช่น “กลุ่ม A ผ่านฮ่องกง 8/8” และ “กลุ่ม A ผ่านมาเก๊า 8/8”

วิธีนี้ช่วยหาตำแหน่งคนที่ยังไม่ผ่านโดยไม่ต้องเผยแพร่รายชื่อทั้งบริษัทซ้ำหลายช่องทาง และทำให้รถหรือเรือไม่ออกจากจุดรวมเพราะยอดรวมที่ฟังผิด

แยกกระเป๋าและเอกสารที่ต้องติดตัว

พาสปอร์ต โทรศัพท์ ยาประจำตัว และหลักฐานสำคัญต้องอยู่กับเจ้าของ ไม่ฝากไว้ในกระเป๋าใหญ่ที่แยกขึ้นรถ คนถือเอกสารรวมควรมีเฉพาะสำเนาหรือรายการตรวจ ไม่ถือพาสปอร์ตจริงของสมาชิกทั้งกรุ๊ป เว้นแต่มีเหตุจำเป็นและกระบวนการรับส่งที่ตรวจสอบได้

คอลลาจสถานที่ล้วนแสดงจัตุรัสเซนาโด ซากประตูโบสถ์เซนต์ปอล และเส้นขอบฟ้าคาบสมุทรมาเก๊า
คอลลาจสถานที่ล้วนแสดงจัตุรัสเซนาโด ซากประตูโบสถ์เซนต์ปอล และเส้นขอบฟ้าคาบสมุทรมาเก๊า

Two-jurisdiction tracker ช่วยคุมกรุ๊ปอย่างไร?

ตัวติดตามสองเขตทำให้ HR เห็นว่า “พร้อมเดินทาง” ต้องผ่านหลายเงื่อนไข ไม่ใช่ติ๊กพาสปอร์ตครั้งเดียว ใช้ตารางเดียวร่วมกันได้ แต่ต้องจำกัดสิทธิ์การเข้าถึง เพราะมีข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลการเดินทาง

รหัสสมาชิกสัญชาติ/เอกสารHong Kong entryMacao entryอายุเอกสารผ่านเกณฑ์เที่ยวกลับ/ที่พักผู้ตรวจสถานะ
A01บันทึกเฉพาะที่จำเป็นยืนยัน/รอตรวจยืนยัน/รอตรวจผ่าน/ต้องต่ออายุครบ/ขาดชื่อผู้ตรวจพร้อม/ค้าง
A02บันทึกเฉพาะที่จำเป็นยืนยัน/รอตรวจยืนยัน/รอตรวจผ่าน/ต้องต่ออายุครบ/ขาดชื่อผู้ตรวจพร้อม/ค้าง

อย่าใส่เลขพาสปอร์ตเต็มในไฟล์ที่แชร์วงกว้าง รหัสสมาชิกควรเชื่อมกับแฟ้มข้อมูลหลักที่เข้าถึงได้เฉพาะผู้รับผิดชอบ และกำหนดวันลบสำเนาหลังจบทริปตามนโยบายข้อมูลขององค์กร

ใช้สามสถานะแทนคำว่า “น่าจะผ่าน”

สถานะที่ใช้ได้คือ “ยืนยันแล้ว” “รอตรวจ” และ “ต้องดำเนินการ” เท่านั้น คำว่า “น่าจะผ่าน” ทำให้ผู้อนุมัติเข้าใจผิดว่าไม่มีงานค้าง หากยังไม่ได้ตรวจจากแหล่งทางการหรือผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง ให้คงสถานะรอตรวจและระบุเจ้าของงานกับวันครบกำหนด

บันทึกแหล่งและวันที่ตรวจ

ทุกช่องสิทธิ์เข้าเมืองควรมี URL แหล่งทางการและวันที่ตรวจล่าสุด ไม่คัดลอกข้อมูลจากบทความเก่าแล้วปล่อยให้ดูเหมือนข้อมูลปัจจุบัน เมื่อสมาชิกเปลี่ยนพาสปอร์ตหรือสัญชาติ ต้องเปิดแถวใหม่หรือเก็บประวัติการแก้ไข ไม่แก้ทับโดยไม่มีหลักฐาน

ล็อก revision ก่อนวันเดินทาง

ก่อนส่งรายชื่อให้ทีมปฏิบัติการ ให้กำหนด revision ของ manifest และเวลาที่ปิดรับการเปลี่ยนแปลง หลังจากนั้นการเพิ่มหรือลดสมาชิกต้องผ่านผู้อนุมัติและแจ้งทุกฝ่ายที่ถือรายชื่อ มิฉะนั้น HR รถ โรงแรม และหัวหน้าคณะอาจถือคนละเวอร์ชัน

ความเสี่ยงที่พลาดบ่อยมีอะไรบ้าง?

ข้อผิดพลาดส่วนใหญ่เกิดจากการถือว่ากรุ๊ปเป็นหน่วยเดียว ทั้งที่ ตม. พิจารณาทีละคน การแก้ที่ต้นทางคือแยกสิทธิ์รายบุคคล แล้วเชื่อมกลับมาเป็นแผนคุมคณะที่มีจุดนับคนชัดเจน

ใช้สิทธิ์ของคนไทยแทนสมาชิกต่างชาติ

พนักงานต่างชาติในบริษัทไทยไม่ได้ใช้สิทธิ์ตามบริษัทหรือประเทศต้นทางของทริป ต้องตรวจตามหนังสือเดินทางและสถานะของเจ้าตัวทั้งสองเขต โดยเฉพาะผู้ที่อาจต้องขอวีซ่าล่วงหน้า หากมีสัญชาติหลากหลาย ควรเริ่มตรวจตั้งแต่ก่อนมัดจำส่วนที่เปลี่ยนชื่อไม่ได้

ชื่อในตั๋ว รายชื่อ และพาสปอร์ตไม่ตรงกัน

ชื่อเล่น ชื่อเดิมหลังสมรส เว้นวรรค หรือการสะกดต่างกันทำให้ค้นหาคนและเอกสารช้าลง ให้ใช้ชื่อภาษาอังกฤษตามหน้าข้อมูลพาสปอร์ตเป็น master แล้วตรวจเทียบกับตั๋ว เรือ รถ โรงแรม และประกันตามขอบเขตที่แต่ละผู้ให้บริการต้องใช้

ล็อกกิจกรรมต่อทันทีหลัง ตม.

อย่าวางกิจกรรมที่มีค่าปรับหรือไม่ยอมรับการมาสายต่อจากด่านโดยไม่มี buffer หากเที่ยวเดินทางล่าช้า สมาชิกถูกตรวจเพิ่ม หรือกระเป๋ามีปัญหา โปรแกรมทั้งวันจะเสียต่อเนื่อง ควรให้กิจกรรมแรกหลังข้ามแดนยืดหยุ่นและมีเวลาตัดสินใจเปลี่ยนลำดับ

ถ้าวางวันมาเก๊าร่วมกับโปรแกรมฮ่องกงอื่น เช่น เส้นทางวัด ควรแยกวันให้ชัดและไม่บีบกิจกรรมหลายโซนไว้หลัง ตม. สำหรับตัวอย่างการเรียงเส้นทางในฮ่องกง ดู อ่านต่อ: เส้นทางสายมูฮ่องกง 4 วัดในหนึ่งวัน เรียงยังไงให้กรุ๊ปไม่เหนื่อยเกิน แล้วนำหลักการคุมจังหวะมาปรับใช้โดยไม่ถือว่าเวลาเดินทางเหมือนกัน

ไม่มีแผนเมื่อคนหนึ่งไม่ผ่านพร้อมกลุ่ม

ต้องระบุล่วงหน้าว่าใครอยู่กับสมาชิกที่ถูกเรียกตรวจ ใครพาคนที่ผ่านแล้วไปจุดรอ ใครติดต่อรถ และใครแจ้ง HR ห้ามให้ทั้งคณะยืนกีดขวางหน้าช่องตรวจหรือแยกย้ายโดยไม่มีจุดรวม

กรุ๊ปบริษัทเช็คอินที่ล็อบบี้โรงแรมในฮ่องกงพร้อมผู้ประสานงาน
กรุ๊ปบริษัทเช็คอินที่ล็อบบี้โรงแรมในฮ่องกงพร้อมผู้ประสานงาน

Border ops checklist ก่อนล็อกโปรแกรมมีอะไรบ้าง?

เช็คลิสต์นี้ควรผ่านก่อนชำระรายการที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ หากข้อใดยังค้าง ให้แสดงเจ้าของงานและวันตรวจซ้ำต่อผู้อนุมัติอย่างตรงไปตรงมา

  • รายชื่อภาษาอังกฤษตรงกับพาสปอร์ตของสมาชิกทุกคน
  • แยกสัญชาติและประเภทเอกสารครบ ไม่สมมติว่าทุกคนใช้สิทธิ์ไทย
  • ตรวจสิทธิ์เข้าฮ่องกงและมาเก๊าแยกกันจากแหล่งทางการ
  • ตรวจอายุพาสปอร์ตตามเกณฑ์ของแต่ละปลายทางและข้อกำหนดผู้ขนส่ง
  • มีหลักฐานเที่ยวกลับ ที่พัก กำหนดการ และผู้ประสานงานที่เข้าถึงได้
  • รายชื่อรถหรือเรือและเงื่อนไขสัมภาระยืนยันกับผู้ให้บริการวันปัจจุบัน
  • แบ่งหัวหน้ากลุ่มย่อย พร้อมจุดนับคนหลัง ตม. แต่ละเขต
  • มีแผนดูแลสมาชิกที่ถูกตรวจเพิ่มหรือเอกสารมีปัญหา
  • กิจกรรมหลังด่านมี buffer และจุดตัดสินใจเปลี่ยนแผน
  • ข้อมูลส่วนบุคคลจำกัดสิทธิ์เข้าถึงและมีวันลบหลังจบทริป
  • ตรวจสถานะจุดผ่านแดน เวลาเปิดบริการ และประกาศล่าสุดก่อนออกเดินทาง

หากต้องการให้ทีมช่วยจัดขอบเขตรถ ผู้ประสานงาน และกำหนดการข้ามแดน สามารถ ดูบริการที่เกี่ยวข้อง แล้วรวบรวมจำนวนคน สัญชาติ วันเดินทาง และเส้นทางที่ต้องการก่อนขอราคา

HR ต้องมีข้อมูลอะไรจึงตัดสินใจหรือขอราคาได้?

ข้อมูลขั้นต่ำคือจำนวนคน ช่วงวันเดินทาง จุดเริ่มและจุดจบของวันข้ามแดน สัญชาติของสมาชิก รูปแบบรถหรือเรือ จำนวนกระเป๋า โรงแรม และกิจกรรมที่มีเวลาล็อก ยิ่งส่งข้อมูลเหล่านี้ครบ ผู้วางแผนยิ่งแยกต้นทุนและความเสี่ยงได้โดยไม่ต้องเดาจากคำว่า “กรุ๊ปประมาณ 20 คน”

Brief ที่ส่งให้ผู้วางแผนควรมีอะไร

ระบุวัตถุประสงค์ทริป ผู้อนุมัติหลัก รายชื่อผู้ประสานงาน จำนวนผู้บริหาร สมาชิกที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ และเงื่อนไขการเปลี่ยนชื่อ หากยังไม่มีรายชื่อจริง ให้ส่งสัดส่วนสัญชาติที่ทราบและกำหนดวันส่งข้อมูลแทนการปล่อยช่องว่าง

คำถามที่ต้องขอคำตอบก่อนอนุมัติ

ถามให้ชัดว่าราคาครอบคลุมรถหรือเรือช่วงใด ใครคุมคณะที่ด่าน มีรถรอเมื่อเกิดความล่าช้าหรือไม่ กระเป๋าเดินทางไปพร้อมคนอย่างไร และกิจกรรมใดเปลี่ยนลำดับได้ คำตอบควรผูกกับ revision ของกำหนดการ ไม่ใช่ข้อความในแชตที่หาไม่พบภายหลัง

เมื่อข้อมูลพร้อมแล้ว ใช้ ส่ง Brief ให้ทีมวางแผน โดยไม่แนบสำเนาพาสปอร์ตเกินความจำเป็นในแบบฟอร์มติดต่อทั่วไป ทีมที่รับงานควรแจ้งช่องทางส่งข้อมูลละเอียดที่เหมาะสมแยกต่างหาก

บทความที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อย

ไปมาเก๊าจากฮ่องกงต้องผ่าน ตม. ใหม่หรือไม่?

ต้องผ่านขั้นออกจากฮ่องกงและเข้าเมืองมาเก๊า เพราะทั้งสองแห่งมีระบบตรวจคนเข้าเมืองแยกกัน ขากลับก็ต้องออกจากมาเก๊าและเข้าฮ่องกงอีกครั้ง

คนไทยต้องขอวีซ่ามาเก๊าหรือไม่?

รัฐบาลมาเก๊าระบุประเทศไทยในรายชื่อที่ได้รับยกเว้นวีซ่าและใบอนุญาตเข้าเมือง และข้อตกลงให้ผู้ถือพาสปอร์ตไทยพำนักได้ไม่เกิน 30 วัน อย่างไรก็ตาม ต้องผ่านเงื่อนไขเข้าเมืองทั่วไปและยึดระยะอนุญาตที่เจ้าหน้าที่ให้จริง

พาสปอร์ตต้องเหลืออายุหกเดือนหรือไม่?

ไม่ควรใช้สูตรหกเดือนแทนทุกกรณี มาเก๊าระบุโดยทั่วไปว่าเอกสารของผู้ไม่มีถิ่นพำนักต้องเหลืออายุอย่างน้อย 90 วันหลังช่วงพำนักที่ตั้งใจไว้ แต่ต้องตรวจเกณฑ์ฮ่องกง สายการบิน ผู้ขนส่ง และสัญชาติของสมาชิกแต่ละคนเพิ่มเติม

กรุ๊ป 20 คนควรเผื่อเวลาผ่าน ตม. เท่าไร?

ไม่มีเวลาตายตัวที่รับประกันได้ ให้ผู้วางแผนกำหนด window ตามเที่ยวเดินทางวันจริง จำนวนสมาชิก และข้อกำหนดผู้ให้บริการ พร้อม buffer แผนคนถูกตรวจเพิ่ม และกิจกรรมแรกที่เลื่อนลำดับได้

หากมีสมาชิกต่างสัญชาติต้องทำอย่างไร?

ทำตารางตรวจสิทธิ์รายคนสำหรับฮ่องกงและมาเก๊าแยกกัน เริ่มก่อนจ่ายรายการที่เปลี่ยนชื่อไม่ได้ และขอคำยืนยันจากหน่วยงานทางการหรือผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องเมื่อเงื่อนไขไม่ชัดเจน

สนใจจัดทริป?

ปรึกษาทีมงานฟรี

สอบถาม / จองแพ็คเกจ
Line: lin.ee/G7k4PEB
LINE QR

สแกน QR หรือคลิกปุ่มด้านล่าง

โทรสอบถามได้ที่
065-459-5565