Incentive Hong Kong
ภาพปกทีม HR ตรวจความคุ้มครองประกันเดินทางฮ่องกงช่วงไต้ฝุ่น

ประกันเดินทางฮ่องกง วงเงินเท่าไหร่พอ เทียบค่ารักษาทางการ 6 รายการ

15 สิงหาคม 2569 8 นาทีอ่านคู่มือจัดทริปองค์กร

ผู้เดินทางไทยจ่ายอัตราผู้ไม่มีสิทธิ์ในโรงพยาบาลรัฐฮ่องกงเสมอ เพราะอัตราถูกสงวนไว้ให้ผู้ถือบัตรประชาชนฮ่องกงเท่านั้น อัตราที่มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2026 คือห้องฉุกเฉินครั้งละ 2,100 ดอลลาร์ฮ่องกง ผู้ป่วยในโรงพยาบาลทั่วไปวันละ 7,400 และหอผู้ป่วยวิกฤตวันละ 35,600 ตัวเลขชุดนี้ใช้เทียบกับวงเงินค่ารักษาในกรมธรรม์ได้โดยตรง

คนไทยเข้าโรงพยาบาลรัฐฮ่องกงจ่ายอัตราไหน

คำถามนี้ต้องตอบก่อนคำถามเรื่องประกัน เพราะเป็นตัวกำหนดว่าวงเงินค่ารักษาที่ควรมีคือเท่าไหร่ องค์การโรงพยาบาลฮ่องกงแบ่งอัตราค่ารักษาออกเป็นสามชุด และผู้เดินทางไทยอยู่ในชุดที่แพงกว่าคนท้องถิ่นมาก

ชุดที่ถูกที่สุดคืออัตราสำหรับผู้มีสิทธิ์ ซึ่งสงวนไว้สำหรับผู้ถือบัตรประชาชนฮ่องกงตามกฎหมายทะเบียนราษฎร เด็กที่เป็นผู้อยู่อาศัยในฮ่องกงและอายุต่ำกว่า 11 ปี และบุคคลที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหารขององค์การโรงพยาบาลอนุมัติเป็นรายกรณี ส่วนคนที่ไม่เข้าสามข้อนี้ทั้งหมดถูกจัดเป็นผู้ไม่มีสิทธิ์โดยอัตโนมัติ

แปลว่านักท่องเที่ยวไทยและผู้เดินทางเพื่อธุรกิจทุกคนจ่ายอัตราผู้ไม่มีสิทธิ์ ไม่มีข้อยกเว้นเรื่องระยะเวลาพำนักหรือวัตถุประสงค์การเดินทาง อัตราชุดนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2026 ตามการปฏิรูปค่าบริการสาธารณสุขของฮ่องกง

การตรวจทานเอกสารกรมธรรม์ประกันเดินทางก่อนออกเดินทาง
วงเงินค่ารักษาที่ควรมีคำนวณได้จากอัตราค่าบริการทางการ ไม่ต้องเดา

ค่ารักษาทางการปี 2026 สำหรับผู้ไม่มีสิทธิ์ 6 รายการหลัก

ตารางนี้ยกมาจากประกาศขององค์การโรงพยาบาลฮ่องกงโดยตรง เป็นอัตราสำหรับผู้ไม่มีสิทธิ์ ซึ่งคือกลุ่มที่ผู้เดินทางไทยอยู่

บริการอัตรา ดอลลาร์ฮ่องกง
ห้องฉุกเฉิน2,100 ต่อครั้ง
ผู้ป่วยใน โรงพยาบาลทั่วไป7,400 ต่อวัน
หอผู้ป่วยวิกฤต35,600 ต่อวัน
หอผู้ป่วยกึ่งวิกฤต21,000 ต่อวัน
คลินิกเฉพาะทาง850 ต่อครั้ง และค่ายา 90 ต่อรายการ
คลินิกเวชศาสตร์ครอบครัว500 ต่อครั้ง และค่ายา 40 ต่อรายการ

ตัวเลขอื่นที่ควรรู้ไว้ประกอบ การฉีดยาหรือทำแผลคิด 250 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อครั้ง ตรวจทางพยาธิวิทยาระดับพื้นฐาน 400 ระดับกลาง 800 และระดับสูง 16,100 ต่อรายการ ส่วนภาพถ่ายทางรังสีแบบไม่เร่งด่วนอยู่ที่ 400 1,600 และ 4,700 ตามระดับ

ข้อยกเว้นที่มีจริงคือ ถ้าผู้ป่วยเป็นหรือสงสัยว่าเป็นโรคตามที่กำหนดในกฎอนามัยระหว่างประเทศฉบับที่ใช้อยู่ จะไม่มีการเรียกเก็บค่าบริการห้องฉุกเฉินหรือค่ารับเข้าหอผู้ป่วยสาธารณะ และผู้ที่ลงทะเบียนห้องฉุกเฉินแล้วออกก่อนพบแพทย์ ขอคืนเงินได้ 1,850 ดอลลาร์ฮ่องกงภายใน 24 ชั่วโมง

เทียบแล้ววงเงินค่ารักษาควรตั้งไว้เท่าไหร่

ส่วนนี้เป็นการคำนวณจากตัวเลขทางการข้างบนตรงๆ ไม่ใช่คำแนะนำว่าควรซื้อกรมธรรม์ตัวไหน ผู้อ่านนำไปเทียบกับวงเงินในกรมธรรม์ที่มีอยู่หรือที่กำลังพิจารณาได้เอง

  • เหตุเล็ก เข้าห้องฉุกเฉินหนึ่งครั้งแล้วกลับ 2,100 ดอลลาร์ฮ่องกง บวกค่าตรวจและค่ายาอีกเล็กน้อย
  • เหตุกลาง นอนโรงพยาบาลทั่วไป 3 วัน 22,200 ดอลลาร์ฮ่องกง บวกค่าห้องฉุกเฉินตอนเข้าและค่าตรวจ
  • เหตุหนัก เข้าหอผู้ป่วยวิกฤต 5 วัน 178,000 ดอลลาร์ฮ่องกง ยังไม่รวมค่าตรวจ ค่ายา และค่าเคลื่อนย้ายกลับประเทศ

ประเด็นที่อยากให้เห็นคือช่วงห่างระหว่างเหตุเล็กกับเหตุหนักกว้างมาก และรายการที่แพงที่สุดไม่ใช่ค่าผ่าตัดหรือค่ายา แต่เป็นค่าหอผู้ป่วยวิกฤตต่อวัน ซึ่งคิด 35,600 ดอลลาร์ฮ่องกงทุกวันที่ยังอยู่ในนั้น กรมธรรม์ที่วงเงินค่ารักษาต่ำจึงหมดเร็วกว่าที่คนส่วนใหญ่คาด

อีกเรื่องที่ตารางนี้ไม่ครอบคลุมคือโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งคิดอัตราของตัวเองและไม่ได้อยู่ในประกาศนี้ ถ้ากรมธรรม์กำหนดให้ใช้เครือข่ายเอกชน ต้องถามอัตราจากผู้ให้บริการโดยตรง

ไต้ฝุ่นกับฝนแรง กรมธรรม์มองเป็นเหตุการณ์แบบไหน

เรื่องที่ทำให้คนสับสนที่สุดคือการเอาสัญญาณอากาศของฮ่องกงไปปนกับเงื่อนไขในกรมธรรม์ สองอย่างนี้เป็นคนละระบบและไม่ได้ผูกกันโดยอัตโนมัติ

ฝั่งฮ่องกงมีสองระบบแยกกัน ระบบสัญญาณพายุหมุนเขตร้อนวัดจากลม และระบบสัญญาณฝนวัดจากปริมาณฝนต่อชั่วโมง หอสังเกตการณ์ฮ่องกงเป็นผู้ประกาศทั้งคู่ และเป็นแหล่งเวลาอ้างอิงเดียวที่ใช้ยืนยันได้ว่าสัญญาณขึ้นและลงเมื่อไหร่ ความหมายของแต่ละระดับอยู่ในบทสัญญาณฝนเหลือง แดง ดำ ต่างกันที่ตัวเลขเท่าไหร่ และผลกระทบต่อการเดินทางทั้งวันอยู่ในบทแผนรับมือสัญญาณไต้ฝุ่นระดับ 8 เต็มวัน

ฝั่งกรมธรรม์ไม่ได้จ่ายเพราะสัญญาณขึ้น แต่จ่ายเพราะเกิดผลลัพธ์ที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ เช่น เที่ยวบินถูกยกเลิก ที่พักใช้ไม่ได้ หรือเดินทางล่าช้าเกินจำนวนชั่วโมงที่กำหนด สัญญาณจึงเป็นหลักฐานประกอบ ไม่ใช่เงื่อนไขจ่ายในตัวมันเอง

ในทางปฏิบัติแปลว่า เวลาถามผู้ขายประกันอย่าถามว่าคุ้มครองไต้ฝุ่นไหม ให้ถามเป็นเหตุการณ์แทน เช่น ถ้าเที่ยวบินขากลับถูกยกเลิกและต้องพักเพิ่มสองคืน จ่ายค่าอะไรบ้างและวงเงินเท่าไหร่ต่อคน คำตอบที่ใช้ได้ต้องมีตัวเลขตามหลังเสมอ

การติดตามประกาศสัญญาณเตือนภัยของหอสังเกตการณ์ฮ่องกงระหว่างเดินทาง
สัญญาณอากาศเป็นหลักฐานประกอบการเคลม ไม่ใช่เงื่อนไขจ่ายในตัวมันเอง

ซื้อประกันหลังพายุมีชื่อแล้ว ยังเคลมได้ไหม?

คำถามนี้ตอบแบบเหมารวมไม่ได้ เพราะขึ้นกับถ้อยคำในกรมธรรม์แต่ละฉบับ แต่มีหลักที่ใช้ตั้งคำถามได้

กรมธรรม์เดินทางส่วนใหญ่มีข้อกำหนดเรื่องเหตุการณ์ที่รู้อยู่แล้ว ซึ่งหมายถึงเหตุที่เป็นข่าวหรือประกาศทางการก่อนวันที่ซื้อ ถ้าพายุลูกหนึ่งถูกตั้งชื่อและมีประกาศคาดการณ์เส้นทางก่อนที่จะซื้อกรมธรรม์ ผู้รับประกันอาจถือว่าเป็นเหตุที่รู้อยู่แล้ว

สิ่งที่ควรทำคือขอให้ผู้ขายระบุเป็นลายลักษณ์อักษรว่า ใช้เวลาใดเป็นจุดตัดสิทธิ์ เวลาที่ประกาศตั้งชื่อพายุ เวลาที่หน่วยงานอากาศออกประกาศเตือน หรือเวลาที่ซื้อกรมธรรม์ และเก็บสำเนาเอกสารฉบับที่ใช้ตัดสินใจไว้ เพราะเงื่อนไขเปลี่ยนได้ระหว่างปี

หลักที่ใช้ได้เสมอคือซื้อให้เร็วที่สุดหลังจากยืนยันการเดินทาง ไม่ใช่ซื้อตอนใกล้บิน แต่การซื้อเร็วก็ไม่ใช่คำรับประกันว่าจะเคลมได้ทุกกรณี ยังต้องอ่านข้อยกเว้นอยู่ดี

หลักฐานที่ต้องเก็บถ้าเที่ยวบินหรือโปรแกรมล่ม

เรื่องนี้ตัดสินผลการเคลมมากกว่าที่คนคิด และเป็นสิ่งเดียวในบทความนี้ที่ควบคุมได้เต็มร้อย เก็บสามชุดนี้ให้ครบตั้งแต่วันเกิดเหตุ

  • ชุดอากาศและการเดินทาง ภาพหน้าจอประกาศของหอสังเกตการณ์ฮ่องกงพร้อมเวลา ประกาศของสายการบิน และบัตรขึ้นเครื่องหรืออีเมลยืนยันการยกเลิก
  • ชุดค่าใช้จ่าย ใบเสร็จทุกใบที่เกิดจากเหตุนั้นโดยตรง ทั้งค่าห้องพักเพิ่ม ค่าอาหาร และค่าเดินทางที่ต้องจ่ายซ้ำ พร้อมหลักฐานการชำระเงิน
  • ชุดการรักษา ถ้ามีเหตุด้านสุขภาพ ต้องมีใบรับรองแพทย์ ใบเสร็จ และรายการค่าใช้จ่ายแยกรายการ ไม่ใช่ยอดรวมใบเดียว

วิธีที่ได้ผลคือตั้งชื่อไฟล์ด้วยวันที่และเวลาแบบเดียวกันทั้งชุด แล้วเรียงเป็นลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่ประกาศแรกจนถึงค่าใช้จ่ายสุดท้าย ผู้พิจารณาเคลมอ่านลำดับเหตุการณ์ได้เร็วกว่าอ่านกองใบเสร็จ

การจัดเรียงเอกสารและใบเสร็จเพื่อยื่นเคลมประกันเดินทาง
ใบเสร็จที่เรียงเป็นลำดับเหตุการณ์อ่านง่ายกว่ากองเอกสารที่ไม่มีลำดับ

อะไรที่มักไม่อยู่ในความคุ้มครอง และต้องถามให้ชัด

รายการต่อไปนี้ไม่ใช่ข้อสรุปว่ากรมธรรม์ทุกฉบับไม่คุ้มครอง แต่เป็นจุดที่ถ้อยคำต่างกันมากที่สุดระหว่างฉบับ จึงต้องถามให้ได้คำตอบเป็นตัวเลขก่อนซื้อ

เรื่องแรกคือโรคหรืออาการที่มีอยู่ก่อน หลายฉบับยกเว้นไว้ หรือคุ้มครองแบบมีเงื่อนไข ถ้าในคณะมีคนที่มีโรคประจำตัว ต้องถามเป็นรายกรณี ไม่ใช่ถามรวม

เรื่องที่สองคือกิจกรรมบางประเภท กิจกรรมทางน้ำ กีฬาผาดโผน และกิจกรรมที่จัดโดยผู้ให้บริการนอกรายการ มักมีข้อจำกัดของตัวเอง ถ้าโปรแกรมมีกิจกรรมพวกนี้ต้องระบุชื่อกิจกรรมตอนขอราคา

เรื่องที่สามคือวิธีจ่ายเงิน ต้องถามว่าเป็นการจ่ายตรงกับโรงพยาบาลหรือให้สำรองจ่ายก่อน เพราะถ้าเป็นแบบสำรองจ่าย ผู้เดินทางต้องมีวงเงินบัตรพอสำหรับตัวเลขในตารางข้างบน ซึ่งหอผู้ป่วยวิกฤตวันเดียวก็เกินวงเงินบัตรของหลายคนแล้ว

เรื่องที่สี่คือการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกลับประเทศ ซึ่งเป็นรายการที่แพงที่สุดและมักมีวงเงินแยกจากค่ารักษา ต้องถามเป็นตัวเลขต่างหาก

พาคณะบริษัทไป ต้องเพิ่มอะไรจากไปกันเอง

ทุกอย่างข้างบนใช้ได้ตรงตัวกับคนไปเที่ยวเอง แต่พอเป็นคณะยี่สิบคนขึ้นไป มีสามเรื่องที่เพิ่มเข้ามา

เรื่องแรกคือต้องแยกการตัดสินใจเรื่องความปลอดภัยออกจากการตัดสินใจเรื่องเคลม การสั่งให้คณะกลับที่พักเป็นเรื่องความปลอดภัยและต้องตัดสินทันที ส่วนเรื่องใครจ่ายอะไรค่อยว่ากันทีหลัง ถ้ารวมสองเรื่องนี้ไว้ที่คนเดียวกันในนาทีเดียวกัน มักได้การตัดสินใจที่ช้าเกินไป

เรื่องที่สองคือหลักฐาน คณะใหญ่จะมีใบเสร็จกระจายอยู่หลายคน ควรกำหนดตั้งแต่ก่อนเดินทางว่าใครเป็นผู้รวบรวมและเก็บที่ไหน ไม่ใช่ไปตามเก็บหลังกลับถึงไทย

เรื่องที่สามคือกรมธรรม์แบบคณะกับแบบรายบุคคลมีเงื่อนไขต่างกัน และการที่พนักงานบางคนมีประกันของตัวเองอยู่แล้วไม่ได้แปลว่าครอบคลุมทริปนี้ ควรตรวจเป็นรายคนก่อนสรุปว่าคณะมีความคุ้มครองครบ กรอบงบต่อหัวที่ต้องเผื่อรายการนี้อยู่ในบทงบทริปองค์กรฮ่องกงต่อหัว ส่วนเอกสารเข้าเมืองของคณะอยู่ในบทคนไทยเข้าฮ่องกง 30 วันไม่ต้องขอวีซ่า และเบอร์ฉุกเฉินที่ควรอยู่ในการ์ดของทุกคนอยู่ในบทเหตุฉุกเฉินในฮ่องกง 999 โรงพยาบาล และสถานกงสุลใหญ่ไทย

แหล่งอ้างอิง

  1. 1. องค์การโรงพยาบาลฮ่องกง - Fees and Charges อัตราค่าบริการที่มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2026 ทั้งชุดผู้มีสิทธิ์และผู้ไม่มีสิทธิ์ และนิยามของทั้งสองกลุ่ม ตรวจ 27 สิงหาคม 2026
  2. 2. หอสังเกตการณ์ฮ่องกง - ระบบสัญญาณพายุหมุนเขตร้อน ตรวจ 27 สิงหาคม 2026
  3. 3. หอสังเกตการณ์ฮ่องกง - ข้อควรระวังเมื่อมีพายุหมุนเขตร้อน ตรวจ 27 สิงหาคม 2026
  4. 4. หอสังเกตการณ์ฮ่องกง - Rainstorm Warning System เกณฑ์สัญญาณฝนแต่ละระดับ ตรวจ 27 สิงหาคม 2026

สรุป จำสามตัวเลขนี้ก่อนเทียบกรมธรรม์

หนึ่ง ผู้เดินทางไทยจ่ายอัตราผู้ไม่มีสิทธิ์เสมอ เพราะอัตราถูกสงวนไว้ให้ผู้ถือบัตรประชาชนฮ่องกงเท่านั้น สอง ห้องฉุกเฉินครั้งละ 2,100 ดอลลาร์ฮ่องกง นอนโรงพยาบาลทั่วไปวันละ 7,400 และหอผู้ป่วยวิกฤตวันละ 35,600 สาม สัญญาณอากาศไม่ใช่เงื่อนไขจ่ายในตัวมันเอง กรมธรรม์จ่ายตามผลลัพธ์ที่ระบุไว้ จึงต้องถามเป็นเหตุการณ์และขอคำตอบที่มีตัวเลขตามหลัง

สำหรับคณะบริษัท BENS DVA AGENCY ช่วยตั้งคำถามชุดเดียวกันนี้ให้ผู้เสนอประกันตอบเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนคณะออกเดินทาง กำหนดผู้รวบรวมหลักฐานตั้งแต่ก่อนวันเดินทาง และแยกการตัดสินใจเรื่องความปลอดภัยออกจากเรื่องเคลมให้ชัดในแผนหน้างาน ดูโปรแกรมทริปองค์กรฮ่องกงหรือติดต่อทีมงานพร้อมช่วงวันที่สนใจได้เลย

บทความนี้รวบรวมอัตราค่าบริการทางการและวิธีตั้งคำถาม ไม่ใช่คำแนะนำให้เลือกกรมธรรม์ฉบับใดฉบับหนึ่ง เงื่อนไขจริงยึดตามถ้อยคำในกรมธรรม์ที่ทำไว้เท่านั้น

บทความที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อย

คนไทยเข้าโรงพยาบาลรัฐฮ่องกงจ่ายเท่าไหร่?

จ่ายอัตราสำหรับผู้ไม่มีสิทธิ์ ซึ่งตามประกาศขององค์การโรงพยาบาลฮ่องกงที่มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2026 คือห้องฉุกเฉิน 2,100 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อครั้ง ผู้ป่วยในโรงพยาบาลทั่วไป 7,400 ต่อวัน หอผู้ป่วยวิกฤต 35,600 ต่อวัน หอผู้ป่วยกึ่งวิกฤต 21,000 ต่อวัน คลินิกเฉพาะทาง 850 ต่อครั้ง และคลินิกเวชศาสตร์ครอบครัว 500 ต่อครั้ง อัตราที่ถูกกว่านี้สงวนไว้สำหรับผู้ถือบัตรประชาชนฮ่องกงเท่านั้น

ใครนับเป็นผู้มีสิทธิ์ในระบบโรงพยาบาลฮ่องกง?

มีเพียงสามกลุ่ม คือผู้ถือบัตรประชาชนฮ่องกงที่ออกตามกฎหมายทะเบียนราษฎร เด็กที่เป็นผู้อยู่อาศัยในฮ่องกงและอายุต่ำกว่า 11 ปี และบุคคลที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหารขององค์การโรงพยาบาลอนุมัติเป็นรายกรณี คนที่ไม่เข้าสามข้อนี้ถูกจัดเป็นผู้ไม่มีสิทธิ์โดยอัตโนมัติ ไม่มีข้อยกเว้นเรื่องระยะเวลาพำนักหรือวัตถุประสงค์การเดินทาง

ไต้ฝุ่นขึ้นสัญญาณแล้วเคลมประกันได้เลยไหม?

ไม่ใช่โดยอัตโนมัติ สัญญาณอากาศของฮ่องกงกับเงื่อนไขในกรมธรรม์เป็นคนละระบบ หอสังเกตการณ์ฮ่องกงเป็นผู้ประกาศสัญญาณพายุซึ่งวัดจากลม และสัญญาณฝนซึ่งวัดจากปริมาณฝนต่อชั่วโมง ส่วนกรมธรรม์จ่ายตามผลลัพธ์ที่ระบุไว้ เช่น เที่ยวบินถูกยกเลิก ที่พักใช้ไม่ได้ หรือล่าช้าเกินจำนวนชั่วโมงที่กำหนด สัญญาณจึงเป็นหลักฐานประกอบ วิธีถามที่ได้ผลคือถามเป็นเหตุการณ์และขอคำตอบที่มีตัวเลขวงเงินตามหลัง

ซื้อประกันหลังพายุมีชื่อแล้ว ยังเคลมได้ไหม?

ขึ้นกับถ้อยคำในกรมธรรม์แต่ละฉบับ กรมธรรม์เดินทางส่วนใหญ่มีข้อกำหนดเรื่องเหตุการณ์ที่รู้อยู่แล้ว ซึ่งหมายถึงเหตุที่เป็นข่าวหรือประกาศทางการก่อนวันที่ซื้อ ถ้าพายุถูกตั้งชื่อและมีประกาศคาดการณ์เส้นทางก่อนซื้อ ผู้รับประกันอาจถือว่าเป็นเหตุที่รู้อยู่แล้ว สิ่งที่ควรทำคือขอให้ผู้ขายระบุเป็นลายลักษณ์อักษรว่าใช้เวลาใดเป็นจุดตัดสิทธิ์ และเก็บสำเนาเอกสารฉบับที่ใช้ตัดสินใจไว้

สนใจจัดทริป?

ปรึกษาทีมงานฟรี

สอบถาม / จองแพ็คเกจ
Line: lin.ee/G7k4PEB
LINE QR

สแกน QR หรือคลิกปุ่มด้านล่าง

โทรสอบถามได้ที่
065-459-5565