Incentive Hong Kong
ภาพปกทีม HR ตรวจเงื่อนไขจองโรงแรมฮ่องกงแบบกรุ๊ปและผังห้อง Twin

โรงแรมฮ่องกง ภาษีห้องพัก 3% ค่าบริการ 10% และวิธีเช็คใบอนุญาต

4 สิงหาคม 2569 7 นาทีอ่านคู่มือจัดทริปองค์กร

ราคาห้องโรงแรมในฮ่องกงที่เห็นตอนจองยังไม่ใช่ยอดที่จ่ายจริง เพราะมีค่าบริการซึ่งปกติอยู่ที่ร้อยละ 10 ของค่าห้อง และภาษีห้องพักร้อยละ 3 ที่กลับมาเก็บตั้งแต่ 1 มกราคม 2025 โดยภาษีคิดจากค่าห้องอย่างเดียว ไม่ได้คิดทบจากค่าบริการ ตัวอย่างของกรมสรรพากรฮ่องกงคือ ค่าห้อง 1,000 ดอลลาร์ฮ่องกงและค่าบริการ 100 ดอลลาร์ฮ่องกง ภาษีอยู่ที่ 30 ดอลลาร์ฮ่องกง

โรงแรมฮ่องกงคิดอะไรบวกจากราคาห้องบ้าง

ราคาที่เห็นตอนจองมักไม่ใช่ยอดที่จ่ายจริง เพราะโรงแรมในฮ่องกงมีรายการบวกสองชั้นที่คนละที่มาและคิดคนละฐาน

ชั้นแรกคือค่าบริการ ซึ่งกรมสรรพากรฮ่องกงระบุว่าปกติอยู่ที่ร้อยละ 10 ของค่าห้อง ชั้นที่สองคือภาษีห้องพักซึ่งกลับมาเก็บอีกครั้งตั้งแต่ต้นปี 2025 ในอัตราร้อยละ 3

จุดที่ทำให้คำนวณผิดบ่อยคือคนมักคิดว่าภาษีคิดจากยอดรวมหลังบวกค่าบริการแล้ว ซึ่งไม่ใช่ ตัวอย่างที่กรมสรรพากรยกไว้เองคือ ถ้าค่าห้อง 1,000 ดอลลาร์ฮ่องกงและค่าบริการ 100 ดอลลาร์ฮ่องกง ภาษีห้องพักคิดจาก 1,000 ได้เป็น 30 ดอลลาร์ฮ่องกง ไม่ใช่คิดจาก 1,100

สำหรับคนที่ต้องทำงบล่วงหน้า ตัวเลขที่ใช้ประมาณได้คือค่าห้องบวกอีกราวร้อยละ 13 โดยแยกเป็นค่าบริการร้อยละ 10 และภาษีร้อยละ 3 ที่คิดจากค่าห้องอย่างเดียว

ล็อบบี้โรงแรมในฮ่องกงระหว่างการเช็คอินของผู้เดินทาง
ราคาห้องที่เห็นตอนจองยังไม่รวมค่าบริการและภาษีห้องพัก

ภาษีห้องพัก 3 เปอร์เซ็นต์กลับมาเก็บตั้งแต่ 1 มกราคม 2025

ภาษีนี้ไม่ใช่ของใหม่ แต่เคยถูกลดเหลือศูนย์มาก่อน กรมสรรพากรฮ่องกงระบุว่าการเก็บภาษีห้องพักกลับมาเริ่มอีกครั้งวันที่ 1 มกราคม 2025 ในอัตราร้อยละ 3 ของค่าห้อง

ฐานกฎหมายคือกฎหมายภาษีห้องพักโรงแรม ฉบับที่ 348 ซึ่งเก็บจากค่าห้องทุกรายการที่โรงแรมหรือเกสต์เฮาส์เรียกเก็บ โดยนิยามค่าห้องไว้ว่าเป็นเงินที่ผู้เข้าพักหรือผู้จ่ายแทนต้องจ่ายสำหรับที่พักที่ได้รับ

คนที่วางแผนช่วงข้ามปี 2024 กับ 2025 ควรรู้ว่าภาษีคิดเป็นรายคืน ตัวอย่างที่กรมสรรพากรยกไว้คือถ้าจองคืน 31 ธันวาคม 2024 ถึง 3 มกราคม 2025 รวมสามคืน จะมีเพียงสองคืนคือคืนวันที่ 1 และ 2 มกราคม 2025 ที่ถูกคิดภาษี

ข้อยกเว้นที่มีจริงตามกฎหมายมีสองกรณี คือโรงแรมที่มีห้องพักสำหรับให้เช่าน้อยกว่า 10 ห้อง และที่พักที่จัดโดยองค์กรที่ไม่ได้ตั้งขึ้นหรือดำเนินการเพื่อแสวงหากำไร

อะไรถูกคิดภาษี และอะไรไม่ถูกคิด

ตารางนี้ยกมาจากคำอธิบายของกรมสรรพากรฮ่องกงโดยตรง และเป็นเรื่องที่กระทบการทำงบมากกว่าที่คิด เพราะรายการที่คนคิดว่าเป็นค่าห้องหลายอย่างกลับไม่ถูกคิดภาษี ขณะที่รายการเล็กๆ บางอย่างกลับถูกคิด

ถูกคิดภาษีห้องพักไม่ถูกคิดภาษีห้องพัก
ค่าห้องพักตามปกติค่าบริการ ซึ่งปกติอยู่ที่ร้อยละ 10 ของค่าห้อง
เตียงเสริมและเปลเด็กค่าอาหารและเครื่องดื่มในโรงแรม
ค่าตกแต่งห้องตามเทศกาลหรือธีมสปา นวด บริการรถพร้อมคนขับ และทรีตเมนต์ความงาม
ค่าคืนห้องช้ากว่ากำหนดบริการศูนย์ธุรกิจ รวมถึงการพิมพ์ ถ่ายเอกสาร และเช่าห้องประชุม
ของตกแต่งและเครื่องใช้ที่มีในห้องบริการเคาน์เตอร์ต้อนรับ เช่น จองตั๋ว จองร้าน และเช่ารถ

ข้อที่ใช้ประโยชน์ได้ทันทีคือ เตียงเสริมถูกคิดภาษีเหมือนค่าห้อง ส่วนค่าเช่าห้องประชุมไม่ถูกคิด แปลว่าการแก้ปัญหาห้องไม่พอด้วยเตียงเสริมไม่ได้ประหยัดอย่างที่คิด และงบส่วนห้องประชุมไม่ต้องเผื่อภาษีก้อนนี้

จองผ่านเอเจนต์หรือแพลตฟอร์ม คิดภาษีจากอะไร?

คำตอบชัดเจนและสำคัญกับคนที่เทียบราคาหลายทาง กรมสรรพากรระบุว่าถ้าจองผ่านตัวแทนท่องเที่ยวหรือแพลตฟอร์มจองออนไลน์ ภาษีคิดจากราคาห้องที่โรงแรมให้กับตัวแทนเท่านั้น

ยอดที่โรงแรมได้รับจริงจากแพลตฟอร์มและค่านายหน้าที่จ่ายให้แพลตฟอร์ม ไม่มีผลต่อการคำนวณภาษี ตัวอย่างที่ยกไว้คือถ้าราคาที่โรงแรมให้แพลตฟอร์มคือ 1,000 ดอลลาร์ฮ่องกง แม้โรงแรมจะได้รับ 1,100 ดอลลาร์ฮ่องกงรวมค่าบริการ ภาษีก็ยังคิดจาก 1,000 ได้เป็น 30 ดอลลาร์ฮ่องกง

ผลในทางปฏิบัติสำหรับผู้ซื้อคือ เวลาขอใบเสนอราคาให้ขอแยกบรรทัดสามอย่างเสมอ คือค่าห้อง ค่าบริการ และภาษีห้องพัก ถ้าใบเสนอราคาให้มาเป็นยอดรวมก้อนเดียว จะเทียบข้ามเจ้าไม่ได้เลยเพราะไม่รู้ว่าแต่ละเจ้ารวมอะไรไว้บ้าง

พักตั้งแต่ 28 คืนขึ้นไปไม่เสียภาษีห้องพัก

เส้นแบ่ง 28 คืนนี้ปรากฏในกฎหมายสองฉบับพร้อมกัน และเป็นตัวเลขเดียวกันโดยไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

ฝั่งภาษี กรมสรรพากรระบุว่าผู้เข้าพักที่อยู่โรงแรมเดียวกันไม่น้อยกว่า 28 คืนติดต่อกัน ถือเป็นการพักระยะยาวและไม่ถูกคิดภาษีห้องพัก โดยเปลี่ยนห้องระหว่างพักได้ ไม่จำเป็นต้องอยู่ห้องเดิมตลอด และไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าว่าจะพักยาว เพียงแต่โรงแรมต้องเก็บเอกสารหลักฐานไว้อย่างน้อย 6 ปีเพื่อให้ตรวจสอบได้

ฝั่งใบอนุญาต กฎหมายที่พักโรงแรมและเกสต์เฮาส์ ฉบับที่ 349 นิยามว่าสถานที่จะเป็นโรงแรมหรือเกสต์เฮาส์ก็ต่อเมื่อประกาศตัวว่าให้บริการที่พักแก่ผู้ที่ยินดีจ่ายค่าที่พักเป็นระยะเวลาน้อยกว่า 28 วันติดต่อกัน

สำหรับทริปปกติที่ไม่กี่คืน เส้นนี้ไม่มีผล แต่สำหรับกรณีส่งพนักงานไปประจำหรืออบรมยาว การรู้เส้น 28 คืนช่วยประหยัดได้จริง

เช็คว่าโรงแรมมีใบอนุญาตจริงไหม

ฮ่องกงกำกับที่พักด้วยระบบใบอนุญาต และสำนักงานผู้มีอำนาจออกใบอนุญาตภายใต้กรมกิจการภายในเปิดรายชื่อโรงแรมและเกสต์เฮาส์ที่ได้รับใบอนุญาตให้ค้นได้

กติกาคือสถานที่ใหม่ทุกแห่งต้องขอใบอนุญาตก่อนเริ่มดำเนินการ อายุใบอนุญาตอยู่ระหว่าง 12 ถึง 84 เดือนแล้วแต่กรณี และต้องยื่นขอต่ออายุก่อนหมดอายุไม่น้อยกว่า 3 ถึง 6 เดือน

เรื่องนี้สำคัญกว่าที่คิดกับที่พักราคาถูกแบบเกสต์เฮาส์ ซึ่งมีทั้งที่มีใบอนุญาตและไม่มี วิธีตรวจคือค้นชื่อสถานที่ในรายชื่อทางการก่อนจอง ใช้เวลาไม่กี่นาที และเป็นการตรวจที่ทำเองได้โดยไม่ต้องถามผู้ขาย

ห้องคู่เตียงแยกและห้องเล็ก ต้องยืนยันอะไรเป็นตัวเลข

สองเรื่องนี้เป็นข้อร้องเรียนที่พบบ่อยที่สุดของคณะจากไทย และทั้งคู่แก้ได้ด้วยการเขียนเป็นตัวเลขในเอกสาร ไม่ใช่การพูดปากเปล่า

เรื่องห้องคู่เตียงแยก สิ่งที่ต้องระบุคือจำนวนห้องเตียงแยกที่ยืนยันแล้วเป็นตัวเลขต่อคืน ไม่ใช่เขียนว่าขอเป็นเตียงแยกตามที่มี เพราะคำหลังไม่ผูกพันอะไรเลย และถ้าโรงแรมเสนอแก้ด้วยเตียงเสริม ให้รู้ไว้ว่าเตียงเสริมถูกคิดภาษีห้องพักเหมือนค่าห้อง จึงไม่ใช่ทางออกที่ถูกกว่าอย่างที่ฟังดู

เรื่องขนาดห้อง สิ่งที่ต้องขอคือขนาดพื้นที่เป็นตารางเมตรของประเภทห้องที่จะได้จริง และควรขอเป็นตัวเลขของประเภทห้องที่ระบุในสัญญา ไม่ใช่ขนาดของห้องตัวอย่างในภาพ

ส่วนเรื่องวิว ให้ขอระบุว่าเป็นวิวแบบใดและกี่ห้อง เพราะคำว่าวิวอ่าวครอบคลุมได้ตั้งแต่เห็นเต็มไปจนถึงเห็นเฉียงจากมุมห้อง การเลือกย่านที่พักมีผลกับเรื่องนี้มาก รายละเอียดอยู่ในบทพักฮ่องกงย่านไหนดี จิมซาจุ่ย เซ็นทรัล หรือคอสเวย์เบย์ และสิ่งที่มองเห็นจากริมน้ำโดยไม่ต้องจ่ายค่าวิวอยู่ในบทการแสดงแสงสีอ่าววิคตอเรีย 20:00 ทุกคืน ดูฟรีได้ 3 จุด

ห้องพักโรงแรมที่มองเห็นอ่าววิคตอเรียจากหน้าต่าง
คำว่าวิวอ่าวครอบคลุมได้หลายระดับ ต้องระบุแบบและจำนวนห้องในเอกสาร

จองเป็นกรุ๊ป ต้องตกลงอะไรเพิ่มจากจองเอง

ทุกอย่างข้างบนใช้ได้ตรงตัวกับคนจองเอง แต่พอเป็นคณะที่จองหลายห้องพร้อมกัน มีสามเรื่องที่เพิ่มเข้ามา

เรื่องแรกคือใบเสนอราคาต้องแยกบรรทัดค่าห้อง ค่าบริการ และภาษีห้องพัก ทุกเจ้าที่เทียบกัน ถ้าเจ้าหนึ่งให้ราคารวมและอีกเจ้าให้ราคาแยก การเทียบจะผิดตั้งแต่ต้น

เรื่องที่สองคือจำนวนห้องเตียงแยกต้องเป็นตัวเลขที่ยืนยันแล้วต่อคืน และต้องระบุว่าเกิดอะไรขึ้นถ้าโรงแรมให้ไม่ครบ ทั้งสองข้อนี้ควรอยู่ในเอกสารก่อนวางมัดจำ

เรื่องที่สามคือรายชื่อผู้เข้าพักต้องตรงกับหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร เพราะโรงแรมในฮ่องกงตรวจเอกสารตอนเช็คอิน และชื่อไม่ตรงทำให้ทั้งคณะติดอยู่ที่เคาน์เตอร์ เรื่องเอกสารเข้าเมืองของคณะคนไทยอยู่ในบทคนไทยเข้าฮ่องกง 30 วันไม่ต้องขอวีซ่า ส่วนช่วงเดือนที่ราคาห้องขยับตามอีเวนต์อยู่ในบทเที่ยวฮ่องกงเดือนไหนดี 2569 รวมอากาศ เทศกาล และช่วงคุ้ม และกรอบงบต่อหัวอยู่ในบทงบทริปองค์กรฮ่องกงต่อหัว

การจัดสรรห้องพักและรายชื่อผู้เข้าพักสำหรับคณะเดินทาง
จำนวนห้องเตียงแยกต้องเป็นตัวเลขที่ยืนยันแล้วต่อคืน ไม่ใช่คำขอ

แหล่งอ้างอิง

  1. 1. กรมสรรพากรฮ่องกง - Hotel Accommodation Tax ขอบเขตการเก็บ อัตราภาษี และข้อยกเว้นตามกฎหมายฉบับที่ 348 ตรวจ 27 สิงหาคม 2026
  2. 2. กรมสรรพากรฮ่องกง - คำถามที่พบบ่อยเรื่องภาษีห้องพัก วันที่กลับมาเก็บ 1 มกราคม 2025 อัตราร้อยละ 3 รายการที่คิดและไม่คิดภาษี การจองผ่านตัวแทน และเกณฑ์ 28 คืน ตรวจ 27 สิงหาคม 2026
  3. 3. สำนักงานผู้มีอำนาจออกใบอนุญาต กรมกิจการภายในฮ่องกง - Hotels and Guesthouses Overview นิยามตามกฎหมายฉบับที่ 349 อายุใบอนุญาต และรายชื่อที่ได้รับใบอนุญาต ตรวจ 27 สิงหาคม 2026
  4. 4. สำนักงานผู้มีอำนาจออกใบอนุญาต กรมกิจการภายในฮ่องกง - ตารางค่าธรรมเนียมใบอนุญาตแยกตามจำนวนห้องและอายุใบอนุญาต ตรวจ 27 สิงหาคม 2026

สรุป จำสามตัวเลขนี้ก่อนจอง

หนึ่ง ราคาห้องที่เห็นยังไม่รวมค่าบริการซึ่งปกติร้อยละ 10 และภาษีห้องพักร้อยละ 3 ที่คิดจากค่าห้องอย่างเดียว ไม่ได้คิดทบจากค่าบริการ สอง ภาษีห้องพักกลับมาเก็บตั้งแต่ 1 มกราคม 2025 และคิดเป็นรายคืน โดยเตียงเสริมกับค่าคืนห้องช้าถูกคิดด้วย ส่วนค่าเช่าห้องประชุมและค่าอาหารในโรงแรมไม่ถูกคิด สาม เส้น 28 คืนคือจุดที่การพักกลายเป็นระยะยาวและไม่เสียภาษีห้องพัก และเป็นเส้นเดียวกับที่กฎหมายใช้นิยามว่าอะไรคือโรงแรม

สำหรับคณะบริษัท BENS DVA AGENCY ขอใบเสนอราคาแบบแยกบรรทัดค่าห้อง ค่าบริการ และภาษีจากทุกเจ้าที่เทียบ ระบุจำนวนห้องเตียงแยกที่ยืนยันแล้วเป็นตัวเลขต่อคืนพร้อมทางออกถ้าให้ไม่ครบ และตรวจรายชื่อผู้เข้าพักกับหนังสือเดินทางให้ตรงทุกตัวอักษรก่อนวันเช็คอิน ดูโปรแกรมทริปองค์กรฮ่องกงหรือติดต่อทีมงานพร้อมช่วงวันที่สนใจได้เลย

บทความที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อย

โรงแรมฮ่องกงบวกอะไรจากราคาห้องบ้าง?

มีสองชั้น ชั้นแรกคือค่าบริการซึ่งกรมสรรพากรฮ่องกงระบุว่าปกติอยู่ที่ร้อยละ 10 ของค่าห้อง ชั้นที่สองคือภาษีห้องพักร้อยละ 3 ที่กลับมาเก็บตั้งแต่ 1 มกราคม 2025 จุดที่คนคำนวณผิดบ่อยคือภาษีไม่ได้คิดจากยอดรวมหลังบวกค่าบริการ ตัวอย่างที่กรมสรรพากรยกไว้เองคือ ค่าห้อง 1,000 ดอลลาร์ฮ่องกงและค่าบริการ 100 ดอลลาร์ฮ่องกง ภาษีคิดจาก 1,000 ได้เป็น 30 ดอลลาร์ฮ่องกง ไม่ใช่คิดจาก 1,100

ภาษีห้องพักฮ่องกงเก็บจากอะไรบ้าง?

ตามคำอธิบายของกรมสรรพากรฮ่องกง สิ่งที่ถูกคิดภาษีคือค่าห้องพักตามปกติ เตียงเสริมและเปลเด็ก ค่าตกแต่งห้องตามเทศกาลหรือธีม ค่าคืนห้องช้ากว่ากำหนด และของตกแต่งกับเครื่องใช้ที่มีในห้อง ส่วนที่ไม่ถูกคิดภาษีได้แก่ ค่าบริการร้อยละ 10 ค่าอาหารและเครื่องดื่มในโรงแรม สปาและนวด บริการศูนย์ธุรกิจรวมถึงการเช่าห้องประชุม และบริการเคาน์เตอร์ต้อนรับ ข้อที่ใช้ประโยชน์ได้คือเตียงเสริมถูกคิดภาษีเหมือนค่าห้อง จึงไม่ใช่ทางประหยัดอย่างที่ฟังดู

จองผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ภาษีคิดจากยอดไหน?

คิดจากราคาห้องที่โรงแรมให้กับตัวแทนหรือแพลตฟอร์มเท่านั้น ยอดที่โรงแรมได้รับจริงและค่านายหน้าที่จ่ายให้แพลตฟอร์มไม่มีผลต่อการคำนวณ ตัวอย่างที่กรมสรรพากรยกไว้คือ ถ้าราคาที่โรงแรมให้แพลตฟอร์มคือ 1,000 ดอลลาร์ฮ่องกง แม้โรงแรมจะได้รับ 1,100 ดอลลาร์ฮ่องกงรวมค่าบริการ ภาษีก็ยังคิดจาก 1,000 ได้เป็น 30 ดอลลาร์ฮ่องกง ผู้ซื้อจึงควรขอใบเสนอราคาแบบแยกบรรทัดค่าห้อง ค่าบริการ และภาษีเสมอ

พักนานแค่ไหนถึงไม่เสียภาษีห้องพัก?

ตั้งแต่ 28 คืนติดต่อกันขึ้นไปในโรงแรมเดียวกัน ถือเป็นการพักระยะยาวและไม่ถูกคิดภาษีห้องพัก โดยเปลี่ยนห้องระหว่างพักได้และไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า เพียงแต่โรงแรมต้องเก็บหลักฐานไว้อย่างน้อย 6 ปี น่าสนใจว่าเลข 28 นี้เป็นเลขเดียวกับที่กฎหมายที่พักโรงแรมและเกสต์เฮาส์ ฉบับที่ 349 ใช้นิยามว่าสถานที่ใดเป็นโรงแรมหรือเกสต์เฮาส์ คือให้บริการที่พักเป็นระยะเวลาน้อยกว่า 28 วันติดต่อกัน

สนใจจัดทริป?

ปรึกษาทีมงานฟรี

สอบถาม / จองแพ็คเกจ
Line: lin.ee/G7k4PEB
LINE QR

สแกน QR หรือคลิกปุ่มด้านล่าง

โทรสอบถามได้ที่
065-459-5565